ทำเล “ห้าแยกลาดพร้าว–แยกเกษตร” ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว (ส่วนต่อขยาย) ถือเป็นหนึ่งใน Corridor สำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งเหนือ ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ย่านพักอาศัยและการศึกษา” ไปสู่ “Urban Mixed-use Corridor” อย่างชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณห้าแยกลาดพร้าวถือเป็น Hub ใหญ่ที่เชื่อมรถไฟฟ้า 2 สายหลัก คือ BTS สายสีเขียว สถานีห้าแยกลาดพร้าว ที่เชื่อมต่อเข้าถึงย่าน CBD เมืองชั้นในโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน และมีเส้นทางทางวิ่งเชื่อมต่อกันกันถึง 3 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ปทุมธานี และสมุทรปราการ และเชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงิน ที่สถานีพหลโยธิน ทำให้การเข้าสู่ใจกลางเมือง หรือการเดินทางออกนอกเมืองทำได้สะดวกมาก

นอกจากนี้ยังมีทางด่วนและถนนสายหลักที่เชื่อมต่อถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต และถนนรัชดาภิเษก รวมถึงใกล้ทางด่วนศรีรัชและดอนเมืองโทลล์เวย์ ทำให้ย่านนี้เป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD & Commercial Hub) โดยมีอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัทชั้นนำจำนวนมาก สถานศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และมหาวิทยาลัยศรีปทุม รวมถึงแหล่งไลฟ์สไตล์ที่มีชื่อเสียง โดยมีความแข็งแกร่งของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่เรียกว่าเป็นศูนย์การค้าแบบครบวงจรแห่งแรกของเครือเซ็นทรัลพัฒนาฯที่มาเปิดตัวอยู่ที่ย่านห้าแยกลาดพร้าวมานานถึง 43 ปี มีทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านค้า โรงแรม และสำนักงาน และห้างยูเนียนมอลล์ ซึ่งเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดผู้คนให้ให้เข้ามาสู่ย่านนี้ผสานกับตลาดนัดจตุจักร ทำให้ย่านนี้มีปริมาณ Traffic ของผู้คนมหาศาลตลอดทั้งวัน
ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับกลาง-บนในย่านนี้เติบโตเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีการแข่งขันชิงกำลังซื้อในย่านนี้กันอย่างครึกโครม นับตั้งแต่รถไฟฟ้าบีทีเอส ส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่-คูคตยังสร้างไม่เสร็จ โดยเฉพาะโครงการของกลุ่มบริษัทมหาชน ทั้งแสนสิริ,พฤกษา,เอพี ไทยแลนด์,เอสซี แอสเสท และแอล.พี.เอ็น. เป็นต้น รองรับกลุ่มกำลังซื้อหลักในย่านนี้คือFirst Jobber ที่มีรายได้ระดับกลาง–สูง กลุ่มคนทำงานสาย Techและ Banking นักลงทุนปล่อยเช่าและครอบครัวรุ่นใหม่
ศูนย์รวมแหล่งงานภาครัฐ–เอกชน–รัฐวิสาหกิจ

สำหรับแหล่งงานสำคัญที่ตั้งอยู่ตามแนวเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่- คูคต โดยเฉพาะในบริเวณห้าแยกลาดพร้าวถึงแยกเกษตรฯจะมีทั้งหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและบริษัทเอกชนอยู่มากมาย โดยเฉพาะในบริเวณแยกรัชโยธิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของ SCB PARK ที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทยกว่า 500,000 ตารางเมตร และเป็นที่ตั้งของธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ด้วย ส่วนฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตตรงข้ามกับห้างเซ็นทรัล มีทั้งปตท.สำนักงานใหญ่ สำนักงานใหญ่บีโอไอ และกระทรวงพลังงาน รวมถึงตึกชินวัตร 3 ที่มีเส้นทางทะลุเชื่อมต่อกับถนนพหลโยธินได้ และฝั่งบริเวณหัวมุมถนนถนนพหลโยธินกับถนนวิภาวดีฯ ตรงมีทั้งธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ ,อาคารซัน ทาวน์เวอร์ส อาคารเล้าเป้งง้วน การบินไทย สำนักงานใหญ่ อาคารบีทีเอส มิชชันนารี และอาคารเอส โอเอซีส
นอกจากนี้ในพื้นที่สองฝั่งของถนนพหลโยธิน ยังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมป่าไม้,กองปราบปราม,กรมพัฒนาที่ดิน,กรมส่งเสริมการเกษตร,ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ,สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ,กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก,กรมทหารราบที่ 11,การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกรมทางหลวงชนบท เป็นต้น
ยิ่งไปกว่านั้นห้าแยกลาดพร้าวยังเป็นทำเลที่ดี เหมาะแก่การอยู่อาศัย เพราะถึงแม้ว่าจะอยู่ในเขตเมือง แต่กลับมีพื้นที่สีเขียวของสวนจตุจักรกว่า 700 ไร่ แถมยังมองเห็นสวนวชิรเบญจทัศ และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ได้จากระยะไกล จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมพื้นที่ห้าแยกลาดพร้าว จึงเป็นย่านที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนที่รถไฟฟ้าสายสีเขียวจะเปิดให้บริการ
โครงการระดับแม่เหล็ก “เซ็นทรัล พหลโยธิน” เติมเต็มศักยภาพของย่าน

ในอนาคตทำเลย่านลาดพร้าว-พหลโยธิน จะเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่จะมีโครงการระดับ Mega Projectของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาที่มีแผนที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในบริเวณ ลาดพร้าว-พหลโยธิน และกรุงเทพฯ ตอนเหนือ โดยกลุ่มเซ็นทรัลฯตั้งเป้าให้เป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำมา ภายใต้โครงการ “The Central District” ซึ่งเป็นการผสานรวมและยกระดับศักยภาพของพื้นที่พหลโยธินและลาดพร้าวให้กลายเป็นย่านเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ
โดยเป็นการรวมโครงการเซ็นทรัล ลาดพร้าว และโครงการเซ็นทรัล พหลโยธิน บนที่ดินผืนใหญ่ถึง 48 ไร่ ซึ่งจะทยอยเปิดตัวเฟสแรกในช่วงปลายปีนี้เช้าด้วยกันผ่านทางเชื่อมลอยฟ้า ทำให้ทั้งสองโครงการขนาดพื้นที่รวมเกือบ 100 ไร่ มีพื้นที่อาคารรวมมากกว่า 700,000 ตารางเมตร ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับโครงการ Central World ซึ่งจะเชื่อมโยงกันด้วยระบบราง
ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล Chief Development and Commercial Officer บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ”เซ็นทรัล พหลโยธิน” ตั้งอยู่บริเวณซอยพหลโยธิน 19 มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 460,000 ตารางเมตร ติดกับ BTS พหลโยธิน 24 ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่กำลังมุ่งเน้นพัฒนาภายใต้แผนงาน Mega Scale Urban Transformation Project ให้เป็นโครงการระดับ Mega Project ที่ใหญ่ที่สุดด้วยการสร้างทางเชื่อมต่อกับห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งจะสร้างความเปลี่ยนแปลง (Impact) ครั้งใหญ่ในบริเวณลาดพร้าว-พหลโยธิน และกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ด้วยการตั้งเป้าให้เป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำมา เพื่อขับเคลื่อนให้เป็น “Future Vision” ของเมืองในอนาคต
สถานีห้าแยกลาดพร้าว Interchange Hub สำหรับตลาดคอนโดฯระดับ Upper-Mid to Luxury
บริเวณห้าแยกลาดพร้าวมีความเป็น “เมือง” สูงมาก เพราะรวมทั้งศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม คอนโดฯ High-riseและสวนสาธารณะ ทำให้มีการการกระจายตัวของผู้ใช้งานตลอดทั้งวันทั้งคนทำงานเข้าเมือง นักศึกษา คนทำงานออฟฟิศย่านพหลโยธิน–วิภาวดี ส่งผลให้ทำเลนี้มี “Active Demand” ตลอดวัน
รวมทั้งยังเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของย่านพหลโยธินที่สมบูรณ์แบบระหว่าง BTS และ MRT ทำให้การเดินทางเข้าเมืองสะดวกมาก ทั้งสยาม อโศก สีลม พระราม 9 และจตุจักร ทำให้เป็นทำเลที่มีการเติบโตที่ร้อนแรงที่สุดในเส้นลาดพร้าวและช่วงพหลโยธินตอนต้น

ปัจจุบันมีโครงการคอนโดฯไฮไรส์ที่เปิดตัวอยู่ในย่านนี้ทั้งหมดประมาณ 7-10 โครงการ จำนวนรวมกว่า 5,000 – 6,000 ยูนิต อาทิ โครงการ The Privacy Jatujak ของพฤกษา เรียลเอสเตท ใกล้กับ MRT พหลโยธินประมาณ 450 เมตร สูง 34 ชั้น 1 อาคาร 835 ยูนิต ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ บนถนนวิภาวดีรังสิต ล่าสุดได้จัดโปรโมชันห้อง 1 Bedroom Signature ขนาด 30 ตารางเมตร เริ่มต้น 3.79 ล้านบาททุกชั้น ฟรีส่วนกลาง 2 ปี และส่วนลด5.5 แสนบาท

ส่วนคอนโดฯที่มีราคาแพงระดับต้นๆในย่านห้าแยกลาดพร้าว ต้องยกให้โครงการ The Crest Park Residences ที่พัฒนาโดยกลุ่ม SC Asset และ Nishitetsu Group เป็นคอนโดฯหรูระดับ Luxury สูง 36 ชั้น จำนวน 420 ยูนิต ติดกับ MRT พหลโยธิน และใกล้ BTS ห้าแยกลาดพร้าว ราคาเปิดตัวเมื่อช่วงปี 2564-2565เริ่มต้น 4.99 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรอยู่ที่ 180,000 – 200,000 บาท ปัจจุบันราคาขายในตลาดมีการเปลี่ยนมืออยู่ที่ประมาณ 5.5 – 22 ล้านบาท และ Sold Out เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ในย่านห้าแยกลาดพร้าวยังมีของคอนโดฯของกลุ่มเอพี ไทยแลนด์ถึง 3 โปรเจ็กต์ภายใต้แบรนด์ “LIFE” มูลค่าโครงการรวมกว่า 1หมื่นล้านบาท ปิดการขายไปแล้ว 2โครงรงการ คือ Life Ladprao Valley และ Life Ladprao ปัจจุบันเหลือขายเฉพาะโครงการ Life Phahon-Ladprao สูง 40 ชั้น จำนวน 598 ยูนิต มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท ทำยอดขายได้แล้วกว่า 50%

ส่วนโครงการ The Line Vibe ของกลุ่มแสนสิริที่ร่วมทุนกับบีทีเอส กรุ๊ป เป็นอาคารสูง 33 ชั้นจำนวน 940 ยูนิต ปัจจุบันราคาสตาร์ทอยู่ที่ 6.99 ล้านบาท พร้อมฟรีเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

และคอนโดฯ “เดอะ เซนต์ เรสิเดนเซส (The Saint Residences)” เป็นอาคารสูง 41 ชั้น 3 อาคาร ตั้งอยู่ติดมหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น พัฒนาโดย Salan Development ราคาเริ่มต้นประมาณ 2.79 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 98,000-150,000 บาทต่อตารางเมตร ปัจจุบันจัด Promotion พิเศษ ราคาเริ่มต้น 98,000 บาทตารางเมตร


และในอนาคตบริเวณพื้นที่ติดกับโครงการเดอะ เซนต์ เรสิเดนเซส ซึ่งเดิมเป็นที่ดินของกลุ่มเอพี ไทยแลนด์ ที่วางแผนจะพัฒนาเป็นคอนโดฯแต่ได้หยุดพัฒนาไป ปัจจุบันกลุ่มบริษัทศยาม วิพรรธน์ จำกัด ได้ซื้อที่ดินแปลงนี้ไปจำนวนกว่า 2 ไร่ และวางแผนจะพัฒนาเป็นโรงแรม Hyatt Centric Bangkok เป็นอาคารสูง 35 ชั้น มีจำนวนห้องพักประมาณ 280 ห้อง คาดว่าเริ่มก่อสร้างประมาณต้นปี 2570 และแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2574
สถานีพหลโยธิน 24 Hub ใหม่ของย่านพหลฯ


ส่วนบริเวณสถานีพหลโยธิน 24 มีทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวราคาสูง ในย่านนี้เป็นที่ตั้งของตึกช้าง ที่มีทั้งคอนโดฯและออฟฟิศ และออฟฟิศ SCB Park Plaza ของธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวนทั้งหมด 3 อาคาร มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 140,000 ตารางเมตร และเป็นที่ตั้งของของสำนักงานใหญ่ของธนาคารไทยพาณิชย์ด้วยเป็นอาคารสูง 37 ชั้น ทำให้มีบุคลากร พนักงานบริษัท และผู้สัญจรภายนอกจำนวนมากอยู่ในพื้นที่แห่งนี้

ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดในย่านนี้มี 2 โครงการของกลุ่มออริจิ้นฯ คือ KnightsBridge Space Ratchayothin จำนวน 484 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,852 ล้านบาท ห่างจากสถานีพหลโยธิน 24 เพียงแค่ 20 เมตร ตรงข้ามตึกช้าง และโครงการ KnightsBridge Prime Ratchayothin ปัจจุบันทั้ง 2 โครงการ Sold Out เรียบร้อยแล้ว
และล่าสุดมีโรงแรมที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ไปเมื่อช่วงต้นปี 2568 คือ The Quarter Ratchayothin จำนวน 190 ห้อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Ratchayothin Hills อาคาร Mixed-Use ที่มีทั้งสำนักงานขนาดประมาณ 12,000 ตารางเมตร และรีเทลขนาด1,500 ตารางเมตร ของกลุ่มUHG หรือบริษัท Urban Hospitality Group

ส่วนในช่วงปลายปีนี้จะมีโครงการเซ็นทรัล พหลโยธิน บนที่ดินผืนใหญ่ถึง 48 ไร่ ของกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งจะทยอยเปิดตัวเฟสแรกในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งโปรเจ็กต์นี้จะเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดผู้คนและกำลังซื้อในย่านนี้ให้คึกคัก
สถานีรัชโยธิน ศูนย์กลางแห่ง Lifestyleของคนรุ่นใหม่


อีกทำเลที่ใกล้กับสี่แยกรัชโยธินที่ตัดระหว่างถนนรัชดาภิเษกกับถนนพหลโยธิน เป็นที่ตั้งของของห้างเมเจอร์ รัชโยธินและวิลล่า ดิ อเวนิว รัชโยธิน ส่วนโครงการคอนโดฯพร้อมอยู่ที่เปิดขายในย่านนี้มีแค่ 1 โครงการ คือ โครงการแมสซารีน รัชโยธิน (Mazarine Ratchayothin) สูง 37 ชั้น ของกลุ่มแกรนด์ ยูนิตี้ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด ติดกับ BTS รัชโยธิน 0 เมตร จำนวน 474 ยูนิต ล่าสุดได้จัดโปรโมชัน Now or Never ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท ฟรีเฟอร์ฯครบจาก Chic Republic ฟรีค่าใช้จ่ายวันโอนฯ และฟรีค่าส่วนกลาง 1 ปี*


ขณะที่โครงการ Centric ratchayothin จากเอสซี แอสเสทฯ สูง 21 ชั้น บนที่ดินกว่า 2 ไร่ จำนวนเพียง 261 ยูนิต ปัจจุบันโครงการ Sold Out เรียบร้อยและ และโครงการ Aspire ratchayothin สูง 8 ชั้น 3 อาคาร จำนวน 634 ยูนิต จากเอพี ไทยแลนด์ ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 35 ปัจจุบัน โครงการ Sold Out แล้วเช่นกัน
สถานีเสนานิคม คอนโดฯพร้อมอยู่ราคาจับต้องได้



ส่วนบริเวณย่านเสนานิคมรายล้อมไปด้วยคอนโดฯหลากหลายราคาทั้งโครงการไฮไรส์และโครงการโลว์ไรส์ระดับราคา2 ล้านบาทขึ้นไป อาทิ โครงการ Knightsbridge Kaset Society ของกลุ่มออริจิ้นฯ สูง 20 ชั้น 2 อาคาร และ 16 ชั้น 1 อาคาร ติด จำนวน 333 ยูนิต ปัจจุบันเหลือขายเพียงแค่ยูนิตเดียว, โครงการ Lumpini park phahol 32 สูง 30 ชั้น จำนวน 546 ยูนิต ของกลุ่มแอล.พี.เอ็น. เปิดขายมาตั้งแต่ปี 2560 ปัจจุบันทำยอดขายได้แล้ว 69% ล่าสุดได้จัดโปรโมชันห้อง 1 Bedroom ราคาเพียง 2.99 ล้านบาท, BEAT POP Ratchada-Kaset สูง 8 ชั้น 3 อาคาร รวม 558 ยูนิต เปิดพรีเซลไปเมื่อวันที่ 7-8 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา จัดโปรโมชั่นราคาพิเศษเริ่มต้น 1.29 ล้านบาท และโครงการ The Ville Express Ratchayothin เป็นคอนโดฯพร้อมอยู่สไตล์คอนเทมโพรารี่สูง 8 ชั้น ตั้งอยู่ติดถนนพหลโยธิน ใกล้ BTS เสนานิคม เพียง 80 เมตร พัฒนาโดย Siripat Asset (สิริพัช เอสเตท) เน้นห้องพักอาศัย 1-2 ห้องนอน ล่าสุดได้จัดโปรโมชันราคาพิเศษห้องชุดแบบ1 ห้องนอน 32 ตารางเมตรราคาเพียง 2.95 ล้านบาท พร้อมฟรีเฟอร์นิเจอร์และแอร์


ส่วนในในอนาคตมีข่าวว่าบริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ได้วางแผนซื้อที่ดินใกล้กับโรงพยาบาลเปาโล เกษตร เพื่อเตรียมเปิดตัวคอนโดฯใหม่ปี 2570 คาดว่าราคาขายเริ่มต้นประมาณ 2 ล้านกว่าๆ ณ ปัจจุบันกำลังยื่นขอ EIA
สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ “Education & Innovation Hub”

ขณะที่พื้นที่ย่านแยกเกษตร เป็นอีกหนึ่งทำเลที่มีศักยภาพสูงและกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในหลายมิติ ทั้งด้านการคมนาคม ผังเมือง และการลงทุนขนาดใหญ่ โดยเป็นจุดตัดสำคัญของถนน 3 เส้นหลัก คือ พหลโยธิน, ประเสริฐมนูกิจ และงามวงศ์วาน ปัจจุบันมีรถไฟฟ้าสายสีเขียว (BTS สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ที่เชื่อมตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างอารีย์ พญาไท และสยาม และมีจุดเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินได้ที่สถานีพหลโยธิน และในอนาคตประมาณปี 2572 ย่านเกษตรจะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อ (Interchange) กับ รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล (แคราย-ลำสาลี) ซึ่งจะดึงดูดผู้คนเข้าสู่พื้นที่มากขึ้นอีกมหาศาล

นอกจากนี้ย่านเกษตรยังเป็น”ย่านเมืองแห่งการเรียนรู้” และเป็นย่านที่มีประชากรหมุนเวียนหนาแน่น จากข้อมูลเบื้องต้นคาดว่ามีนักศึกษาและบุคลากรจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยศรีปทุมรวมกว่า 110,000 คน และหากรวมสถานศึกษาใกล้เคียงอย่างโรงเรียนสารวิทยาและโรงเรียนสตรีวิทยา 2 จะมีจำนวนกลุ่มเป้าหมายในย่านนี้สูงถึง 150,000 คน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจเช่าพักอาศัยและบริการต่างๆ
ในอนาคตย่านนี้จะมีการสร้างโรงพยาบาลเกษตรจำนวน 400 เตียง มูลค่ากว่า 3,700 ล้านบาท เป็นอาคารคณะแพทยศาสตร์และอาคารโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอุทยานการแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้รับอนุมัติจากคณะแพทยศาสตรบัณฑิต เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ตั้งอยู่ริมถนนวิภาวดีรังสิต ส่วนโรงพยาบาลเวชธานีที่ตั้งอยู่ติดถนนพหลโยธิน เป็นโรงพยาบาลที่ขยายสาขาแห่งใหม่ของเครือเวชธานี ติดสถานีรถไฟฟ้าเสนานิคม (ปากซอยพหลโยธิน 41) มีอาคารหลัก 16 ชั้น 150 เตียง เพื่อรองรับความต้องการในย่านจตุจักร-พหลโยธิน รวมถึงโรงพยาบาลเปาโล เกษตร เดิมคือ โรงพยาบาลเมโย (ก่อตั้งปี 2521) ก่อนจะรีแบรนด์และเปลี่ยนชื่อเป็น “เปาโล เกษตร” ในปี 2560 ภายใต้เครือกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ตั้งอยู่ติดถนนพหลโยธิน ใกล้กับ BTS สถานีเสนานิคม
สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดตัวอยู่ในย่านนี้จะเน้นเจาะกลุ่มนักศึกษา ผู้ปกครอง และนักลงทุนปล่อยเช่า เพราะใกล้ทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ทำให้มีความต้องการเช่าจากนักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง


โดยโครงการที่อยู่อาศัยในโซนนี้มีหลากหลายทั้งเปิดไปแล้วและเพิ่งเปิดใหม่ ได้แก่ โครงการโซ ออริจิ้น เกษตร อินเตอร์เชนจ์ สูง 23 ชั้น จำนวน 300 ยูนิต ตั้งอยู่ติดถนนพหลโยธิน ตรงข้าม ม.เกษตรศาสตร์ ใกล้ BTS สถานี ม.เกษตรฯ เพียง 150 เมตร มียอดขายไปแล้วกว่า 91%,โครงการ เรฟเฟอเรนซ์ เกษตร ดิสทริค สูง 21 ชั้นจำนวน 378 ยูนิต เปิดตัวเมื่อไตรมาส 1 ปี 2568 ที่ผ่านมา ราคาเริ่มต้น 4.69 ล้านบาท, โครงการ Chateau In Town Kaset Campus สูง 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 314 ยูนิต ล่าสุดโครงการได้จัดโปรโมชันผ่อนเริ่มต้นละ 3,900 บาทต่อเดือน ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท ตั้งอยู่ใกล้ BTS ม.เกษตรศาสตร์ จุดเด่นสำคัญคือเป็นคอนโดฯ Pet Friendly เลี้ยงสัตว์ได้แห่งแรกในย่านนี้

โครงการ Chapter One More Kaset ของกลุ่มพฤกษาฯ สูง 8 ชั้น 3 อาคาร จำนวน 563 ยูนิต ล่าสุดได้จัดโปรโมชันจองวันนี้รับโปรฯ เปิดมอร์ ฟรีเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมส่วนลดอีก 200,000 บาท, โครงการ HI Kaset Senanikhom Station สูง 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 286 ยูนิต จัดโปรโมชันราคาพิเศษเริ่มต้น 1.45 ล้านบาท แถมฟรีเฟอร์นิเจอร์ และแอร์ครบ

โครงการ Modiz vault Kaset-Sripatum มี 2 อาคาร รวม 798 ยูนิต มียอดขายไปแล้ว 604 ยูนิต เหลือขายอยู่ 194 ยูนิต ล่าสุดแอสเสทไวส์ได้นำโครงการบ้านและคอนโดเพื่อข้าราชการ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ลดสูงสุด 800,000 บาท และโครงการ HI Rise Ratchayothin เป็นอาคารสูง 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 364 ยูนิต ช่วงนี้จัดโปรฯลดราคาจาก 1.79 ล้านบาทเหลือ 1.34 ล้านบาท จองเริ่มต้นเพียง 999 บาท และผ่อนเริ่ม 4,000 บาทต่อเดือน
ตลาดอนโดฯสร้างเสร็จพร้อมอยู่รอระบายสต็อก
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าตลาดคอนโดมิเนียมที่เข้ามาปักหมุดเปิดตัวโครงการทั้งสองฝั่งของถนนพหลโยธิน เกาะแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวตั้งแต่สถานีห้าแยกลาดพร้าวไปจนถึงสถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีไม่ต่ำกว่า 40-50 โครงการ โดยเฉพาะโซนรัชโยธิน – ม.เกษตรฯ ที่มีการพัฒนาโครงการใหม่ต่อเนื่องทุกปี ส่วนใหญ่เป็นโครงการพร้อมอยู่และเป็นคอนโดฯไฮไรส์ที่มีทั้งประสบความสำเร็จด้านการขาย Sold out ไปแล้วหลายโครงการ และยังมีอีกหลายโครงการที่ยังมีห้องชุดเหลือขายอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งในช่วงนี้มีการจัดโปรโมชันทั้งลดแลกแจกแถมเพื่อระบายสต็อกกันค่อนข้างบ่อย ทำให้คนที่มีความพร้อมทางด้านการเงินและมีความต้องการซื้อคอนโดฯพร้อมอยู่ในโซนนี้ถือว่ามีความคุ้มค่ามาก

เนื่องจากศักยภาพของช่วงห้าแยกลาดพร้าวถึงแยกเกษตรคือ “ความครบเครื่อง” ที่ผสานระหว่างแหล่งงาน การศึกษา การเดินทาง และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ทำเลนี้จึงไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มูลค่าสินทรัพย์มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ดังนั้นในอนาคต5-10ปีข้างหน้าทำเลห้าแยกลาดพร้าว–แยกเกษตร มีแนวโน้มพัฒนาเป็น “Northern Urban Core ของกรุงเทพฯ” ทำให้ตลาดอสังหาฯโซนนี้มี “Demand เช่า” แข็งแรงต่อเนื่อง โดยพื้นที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าวจะเป็น Commercial & Mixed-use Hub ส่วนรัชโยธิน–เกษตร จะเป็น Residential + Education + Innovation Corridor โดยจุดแข็งสำคัญที่สุดของทำเลนี้คือระบบราง มีทั้งแหล่งงานและมหาวิทยาลัย จึงถือเป็นหนึ่งในทำเลที่ “สมดุลที่สุด” ของกรุงเทพฯ สำหรับทั้งการอยู่อาศัย การลงทุนปล่อยเช่า การพัฒนาเชิงพาณิชย์ และการเติบโตระยะยาวของมูลค่าที่ดิน





