ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยรายงานข้อมูลตลาดตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ไตรมาส 1 ปี 2569 ยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการเช่าพื้นที่โดยรวมเพิ่มขึ้นเป็น 79.3% ถือเป็นการเติบโตติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สอง โดยปริมาณการเช่าพื้นที่สุทธิ (Net Take-up) มากกว่า 11,000 ตารางเมตร ส่งผลให้ตลาดมีสถิติการเช่าพื้นที่สุทธิเป็นบวกติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 8

รุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า กลุ่มผู้เช่ายังคงมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง โดยใช้เวลามากขึ้นในการเปรียบเทียบตัวเลือกอาคารจำนวนมากขึ้นก่อนจะตัดสินใจ หลายบริษัทอาจไม่ได้ขยายพื้นที่ขนาดใหญ่ แต่พร้อมจะย้ายสำนักงานหากได้พื้นที่ที่มีคุณภาพดีกว่าและคุ้มค่ากว่า หรือเป็นสถานที่ทำงานที่ตอบโจทย์พนักงานของตนเองได้ดียิ่งขึ้น
ขณะที่เทรนด์ Flight to Quality หรือการที่ผู้เช่าย้ายไปสู่อาคารสำนักงานที่มีคุณภาพสูงกว่ายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 1 โดยความต้องการยังคงกระจุกตัวหนาแน่นที่สุดในกลุ่มอาคารสำนักงานเกรด A+ ในย่านใจกลางธุรกิจ ขณะที่อาคารเกรด A นอกย่านใจกลางธุรกิจดึงดูดผู้เช่าได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน
อย่างไรก็ตามในไตรมาสที่ 1 ยังไม่มีพื้นที่สำนักงานใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และหากมองไปข้างหน้า คาดว่าพื้นที่ใหม่จะยังคงมีจำกัด โดยปริมาณพื้นที่สำนักงานใหม่ทั้งหมดในอีก 5 ปีข้างหน้า คาดว่าจะต่ำกว่าปริมาณพื้นที่ใหม่ที่เข้าสู่ตลาดในปี 2568 เพียงปีเดียว
ขณะที่ช่องว่างของอัตราค่าเช่าระหว่างกลุ่มอาคารที่ดีที่สุดกับอาคารอื่น ๆ ในตลาดกำลังเพิ่มมากขึ้นในทุกทำเล โดยกลุ่มอาคารที่มีศักยภาพสูงสุดยังคงสามารถปล่อยเช่าด้วยค่าเช่าที่สูงกว่าได้ ส่วนอาคารเก่าหรืออาคารที่มีความสามารถในการแข่งขันน้อยกว่าเริ่มได้รับแรงกดดันมากขึ้น
ดังนั้นในปี 2569 นี้ อาคารสำนักงานเก่าหลายแห่งที่มีอายุการใช้งานมานานแต่ยังมีศักยภาพที่ดีมีแผนที่จะเริ่มการปรับปรุงครั้งใหญ่ ขณะที่อาคารอื่นๆก็อาจจะได้รับการยกระดับปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานหรือรื้อถอน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลให้ความต้องการในการย้ายสำนักงานมีมากขึ้นในตลาด
ด้านโชติกา ทั้งศิริทรัพย์ หัวหน้าแผนกที่ปรึกษาการพัฒนาโครงการและวิจัยตลาด ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดอาคารสำนักงานกำลังปรับตัวดีขึ้น ปัจจุบันมีสถิติปริมาณการเช่าพื้นที่สุทธิเป็นบวกติดต่อกันถึง 8 ไตรมาส ขณะที่พื้นที่ใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดค่อนข้างต่ำ ส่วนอาคารเก่าก็เริ่มตื่นตัวหันมาปรับกลยุทธ์และเปลี่ยนภาพลักษณ์ (Repositioning) กันมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้จะกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการย้ายสำนักงานของผู้เช่าระลอกใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้ช่องว่างระหว่างอาคารที่แข็งแกร่งกับอาคารทั่วไปทิ้งห่างกันมากขึ้น ทั้งนี้คาดว่าความต้องการพื้นที่ในอาคารสำนักงานที่ความพร้อมรอบด้านและได้เปรียบในตลาดจะยังคงทรงตัว โดยอาคารที่แข็งแกร่งกว่าจะยังคงทำผลงานได้โดดเด่นกว่าภาพรวมของตลาดทั่วไป





