ที่ดินย่านกลางเมืองราคาขยับเพิ่มทะลุ3ล้านต่อตร.ว. “เจ้าของที่ดิน-ตระกูลดัง”ทยอยปล่อยขายที่ดินมรดก

ราคาที่ดิน ในไทยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นจากการขยายตัวของ โครงข่ายรถไฟฟ้า และการเกิดขึ้นของ โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ เช่น วัน แบงค็อก และดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งผลักดันให้ที่ดินย่านชิดลมและสารสินพุ่งสูงเป็นสถิติใหม่

ธนากร ธนูถนัด  ผู้จัดการฝ่ายประเมินมูลค่าทรัพยืสิน บริษัทคอลลิเออร์ส ประเทศไทย เปิดเผยว่า การขยายตัวของเมืองในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีรถไฟฟ้า BTS ลายแรกเกิดขึ้น ได้ส่งผลดีต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยก่อให้เกิด Transaction การซื้อขายที่ดินเพื่อนำมาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างมาก ซึ่งปัจจุบันมี 10 เส้นทางที่ Operate แล้ว และมี 3 เส้นทางที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ สายสีส้ม ที่ใกล้จะเสร็จและเตรียมเปิดให้บริการ,สายสีม่วงใต้ และสายสีแดงทั้งฝั่งซ้าย-ฝั่งขวา ส่งผลให้ราคาที่ดินในกรุงเทพฯปรับตัวสูงขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเขต CBD พบว่าปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 7% ต่อปี และมีบางโลเกชันที่ราคาที่ดินไม่เคยหยุดนิ่ง แต่ Transaction ยังไม่เกิด New High ขึ้นในช่วงที่ผ่านมา  โดยมีแค่แปลงที่ดินของสถานทูตออสเตรเลียเดิมที่เคยทำ New High ไว้

อย่างไรก็ตามจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้มีการนำที่ดินออกมาขายสู่ตลาดค่อนข้างมาก แต่ Transaction จริงยังไม่เกิดในหลายๆ แปลง เนื่องจากราคา Asking ค่อนข้างสูง โยเฉพาะกลุ่มชนชั้นบนหรือกลุ่มที่ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินค่อนข้างมากเริ่มนำที่ดินที่ไม่ได้พัฒนาออกมาขาย/พัฒนา ในอนาคตเราอาจเห็นที่ดินใน Location อื่นๆ เช่น เยาวราช จะถูกนำมาพัฒนามากขึ้น ซึ่งขณะที่ที่ดินย่านเยาวราชปัจจุบันราคาตลาดหา Transaction ยากมาก แต่ราคาตารางวาละ 1.5 ล้านบาทต้องมีแน่นอน จากเดิมที่เคยมีซื้อขายกันที่ราคาตารางวาละ 1.1 – 1.2 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มราคาประเมินที่ดินสูงสุดในพื้นที่ CBD และแนวรถไฟฟ้าสายหลัก มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.93% ขณะที่ทำเลเด่น ในย่าน Prime Locations ราคาใกล้แตะ 1 ล้านบาทต่อตารางวา ส่วนในพื้นที่ CBD และบริเวณใกล้เคียงสายรถไฟฟ้าหลัก ราคากลางที่ดินสูงสุด โดยกรมที่ดินได้ปรับปรุงราคาประเมินที่ดินสำหรับปี 2566-2569 ส่งผลให้อัตราเฉลี่ยทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 8.93% เมื่อเทียบกับรอบประเมินก่อนหน้าปี 2559-2562 โดยพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ราคาประเมินที่ดินในทำเลเด่นอยู่ที่ประมาณ 175,000 บาทต่อตารางวาในพื้นที่ย่านเมืองเก่า ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนจากความคึกคักทางเศรษฐกิจและการเชื่อมต่อของระบบขนส่งมวลชน

ขณะที่ราคาที่ดินย่าน CBD เฉลี่ยอยู่ที่ตารางวาละ 400,000 – 1,000,000 บาท ย่านสุขุมวิทราคาเฉลี่ยอยู่ที่  210,000 – 750,000 บาท,ย่านรัชดาฯ-ห้วยขวาง 200,000 – 500,000 บาท,สุขุมวิทตอนแปลาย-บางนา ตราด ราคา 140,000 – 230,000 บาท ด้านพื้นที่ต่างจังหวัด ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.8% จากรอบประเมินก่อนหน้าปี 2566-2569

Top 3 Location ที่มีราคาที่ดินสูงที่สุด

​ทั้งนี้การกำหนดมาตรฐานใหม่จากการพัฒนาเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ได้ทำลายเพดานราคาที่ดินในอดีต และเปลี่ยนย่านศูนย์กลางธุรกิจ ระดับไพรม์ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด โดยมี 3 ทำเลทองที่ราคาซื้อขายที่ดินแพงที่สุดในกรุงเทพฯ คือ

  • เพลินจิต, ชิดลม และถนนวิทยุ ราคาซื้อขายที่ดินอย่ในช่วงราคา 3,000,000 – 3,850,000 บาทต่อตารางวา โดย ธุรกรรมซื้อขายล่าสุดในปี 2567 กลุ่มแสนสิริได้ซื้อที่ดินได้ซื้อที่ดินบนเส้นชิดลมไปในราคาประมาณ 3 ล้านบาทต่อตารางวาเมื่อปี 2567 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2559 ในทำเลเดียวกันที่เคยปิดดีลไปที่ 1.9 ล้านบาทต่อตารางวา คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 58% หรือมีการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 6% ต่อปี

​อย่างไรก็ตาม การซื้อขายที่ดินสำหรับแปลงที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS นั้นเริ่มหาได้ยากมาก โดยมีอุปทานที่ดินใหม่ถูกนำเข้าสู่ตลาดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผ่านการขายที่ดินของสถานทูตเนเธอร์แลนด์ บนถนนวิทยุ ซึ่งเป็นทำเลที่มีซัพพลายจำกัดมาก โดยที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินแบบ Freehold ที่ได้รับความสนใจจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายราย คาดการณ์ว่าราคาจะอยู่ในช่วง 3 ล้านบาทถึง 3.2 ล้านบาทต่อตารางวา ซึ่งมีกระแสข่าวว่ามีกลุ่มทุนไทยรายหนึ่งให้ความสนใจอย่างมากและอยู่ระหว่างการพูเจรจาซื้อขาย คาดว่าราคาที่ดินน่าจะเกิน 30,000 ล้านบาท และหากนำมาพัฒนาเป็นโครงการ Project Value ต้องเกิน 100,000 ล้านบาทแน่นอน ขณะที่ในบางพื้นที่ของถนนวิทยุยังมีราคาเสนอขาย (Asking price) พุ่งสูงถึง 3.8 ล้านบาทต่อตารางวา

  • สุขุมวิทตอนต้น ราคาที่ดินอยู่ในช่วงราคา: 2,500,000 – 2,800,000 บาท ต่อตารางวา โดยที่ดินหลายแปลงในย่านนี้มีการซื้อขายกันในราคา 2.5 – 2.6 ล้านบาทต่อตารางวามาตั้งแต่ปี 2563 ในขณะที่ราคาเสนอขาย (Asking prices) ตามแนวถนนอโศก-มนตรี ในปัจจุบันนั้นสูงกว่า 3 ล้านบาทต่อตารางวาแล้ว
  • สีลม-สาทร แม้ราคาโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 5 – 1.7 ล้านบาทต่อตารางวา แต่มีที่ดินบางแปลงที่สวยและติดถนนใหญ่สามารถปิดดีลไปได้สูงถึง 2.2 ล้านบาทต่อตารางวา ทำให้ราคาที่ดินในย่านนี้ปัจจุบันจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 2,000,000 – 2,700,000 บาทต่อตารางวา โดยพื้นที่ย่านนี้เคยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากการทำธุรกรรมซื้อขายที่ดินอาคารศรีเฟื่องฟุ้งในปี 2568 ซึ่งบันทึกราคาไว้สูงถึง 3.5 ล้านบาท ต่อตารางวา

ขณะที่ราคาที่ดินบนถนนสารสิน เป็นอีกหนึ่งทำเลที่สร้างสถิติใหม่ โดยในปี 2567 กลุ่มเอสซี แอสเสทฯได้ซื้อที่ดินไปในราคาสูงกว่า 3 ล้านบาทต่อตารางวา เพื่อเตรียมพัฒนาโครงการระดับ Ultra Luxury ที่สามารถเห็นวิวสวนลุมพินีได้เต็มตา ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้ราคาที่ดินย่านถนนสารสินมีราคาสูง คือ เป็นทำเลที่สามารถเห็นวิวสวนลุมพินีได้อย่างชัดเจนและเต็มที่ (Full view) โดยเฉพาะหากพัฒนาเป็นอาคารสูง,ทำเลที่ดินหายากและมีวิวระดับพรีเมียม ทำให้เหมาะสำหรับพัฒนาโครงการที่พักอาศัยระดับ Ultra Luxury ซึ่งมักจะเน้นความเป็นส่วนตัวสูง มีจำนวนยูนิตน้อย และเน้นห้องขนาดใหญ่ประเภท Duplex หรือ Penthouse 2 ชั้นและการเติบโตของราคาอย่างก้าวกระโดด โดยราคาที่ดินในทำเลนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับช่วงปี 2560–2561 ที่ราคาเคยอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาทต้น ๆ ต่อตารางวาเท่านั้น

นอกจากนี้ทำเลในละแวกใกล้เคียงอย่างหลังสวนและราชดำริ ยังได้รับอานิสงส์จากการพัฒนาโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่และโครงการที่พักอาศัยระดับ Branded Residence ซึ่งช่วยส่งเสริมให้ภาพรวมของที่ดินใจกลางเมืองในโซนนี้มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยรวมแล้ว ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยประมาณ 6-7% ต่อปี โดยเฉพาะในพื้นที่ใจกลางเมือง (CBD) ที่ที่ดินเริ่มขาดแคลนและหายากมากขึ้นเรื่อยๆ

โครงการ Mixed-use ทำเลพระราม 4-สวนลุมพินีดันราคาที่ดินพุ่ง

ทั้งนี้ในทำเลพระราม 4 และรอบสวนลุมพินี มีโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่ที่เป็นโครงการระดับแม่เหล็ก ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนราคาที่ดินและยกระดับศักยภาพของพื้นที่  อาทิ โครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) เป็นเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่บนถนนพระราม 4 ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการหนุนราคาที่ดินในย่านนี้ให้ขยับตัวสูงขึ้น โดยโครงการนี้ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน พื้นที่รีเทล และส่วนที่พักอาศัย โดยเฉพาะอาคารสำนักงานในโครงการมีการตั้งราคาเสนอเช่า (Asking Price) ที่สูง และเป็นจุดหมายของการย้ายสำนักงานของบริษัทขนาดใหญ่ และโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาร่วมกันระหว่างกลุ่มดุสิตธานีและเซ็นทรัล พัฒนา ประกอบด้วยส่วนของ Central ParK ที่เป็นทั้งห้างสรรพสินค้าและสำนักงาน และการปรับโฉมใหม่ของโรงแรมดุสิตธานี ส่งผลให้โครงการนี้ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก โดยเฉพาะในส่วนของคอนโดมิเนียมที่สามารถปิดการขายได้ในราคาสูงกว่า 550,000 บาทต่อตารางเมตร และในส่วนของห้อง Penthouse ที่มีราคาต่อยูนิตสูงกว่า 100 ล้านบาท

การมาของ One Bangkok และ Dusit Central Park ส่งผลให้ราคาที่ดินบริเวณเส้นพระราม 4 และรอบสวนลุมพินีพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นการสร้างศูนย์กลางธุรกิจใหม่ (New CBD) โครงการเหล่านี้ช่วยเสริมให้ย่านสีลม-สาทร และพระราม 4 มีความคึกคักมากขึ้นและมีความเป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับ Ultra Luxury มากขึ้น เนื่องจากอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่สีเขียวอย่างสวนลุมพินี โดยโครงการตึกสูงทั้งอาคารสำนักงานและอาคารชุดในย่านนี้มักชูจุดเด่นเรื่องการมองเห็นวิวสวนลุมพินีได้แบบเต็มตา (Full View) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้โครงการระดับบนในทำเลนี้ได้รับความสนใจสูง

จับตาที่ดิน”ย่านเยาวราช” ทำเลศักยภาพรองรับการพัฒนาในอนาคต

ปัจจจุบันในที่พื้นที่ย่านเยาวราชมีการนำที่ดินออกมาพัฒนาโดยกลุ่มแลนด์ลอร์ดเดิมมากขึ้น ทำให้ในอนาคตคาดว่าจะเห็นการนำที่ดินในทำเล Prime Location อย่างเยาวราช ซึ่งส่วนใหญ่ถือครองโดยกลุ่มตระกูลเก่าแก่หรือชนชั้นบน ออกมาพัฒนามากขึ้น โดยมูลค่าที่ดินที่พุ่งสูงทำสถิติใหม่แม้ว่าการธุรกรรมการซื้อขายจริงในย่านเยาวราชจะหาได้ยาก แต่มีการประเมินว่าราคาตลาดอาจพุ่งสูงไปถึง 15 ล้านบาทต่อตารางวา สำหรับที่ดินแปลงที่สวยและเป็นกรรมสิทธิ์แบบ Freehold ซึ่งในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เจ้าของที่ดินหลายรายต้องการนำทรัพย์สินที่ถือครองอยู่มาสร้างรายได้ ล่าสุดมีที่ดิน Freehold ขนาดใหญ่ประมาณ 5 ไร่บนถนนเยาวราช ซึ่งถือเป็นซัพพลายที่หาได้ยากมากในย่านเมืองเก่ากำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำ Joint Venture โดยคาดการณ์ว่าราคาที่ดินแปลงนี้อาจสูงเกินกว่า 30,000 ล้านบาท และเมื่อพัฒนาเป็นโครงการแล้วจะมีมูลค่าโครงการสูงกว่า 100,000 ล้านบาทแน่นอน

ขณะที่โครงการเมกะโปรเจกต์ในพื้นที่ที่มีโครงการขนาดใหญ่และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คือ  โครงการ เวิ้งนาครเขษม ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและจะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับศักยภาพของพื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้ศักยภาพของเยาวราชในอนาคตจะมีเปลี่ยนจากที่ดินที่ถูกถือครองไว้เฉยๆ มาเป็นการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์หรือที่พักอาศัยระดับพรีเมียมโดยกลุ่มทุนใหญ่ ผ่านรูปแบบการร่วมทุนกับเจ้าของที่ดินเดิม

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง