ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เผยโครงการ “EECiti” ปลุกดีมานด์ที่อยู่อาศัยใหม่ต่อตลาดที่อยู่อาศัยในระยะยาว

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เผยโครงการ “EECiti” เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจภาคตะวันออก พร้อมจุดประกายดีมานด์ที่อยู่อาศัยระลอกใหม่จากการขยายตัวของเมืองอัจฉริยะ และการหลั่งไหลของการลงทุนระดับโลก โดยมองว่า EECiti จะยกระดับพื้นที่ EEC จากฐานอุตสาหกรรมเดิมสู่ศูนย์กลางนวัตกรรม เทคโนโลยี และการใช้ชีวิตคุณภาพสูง ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อตลาดที่อยู่อาศัยในระยะยาว

ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า EECiti จะเป็น Mega Magnet ที่สร้างแรงดึงดูดครั้งใหญ่ให้กับภาคตะวันออก เพราะการพัฒนาเมืองยุคใหม่ในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบนิเวศทางเศรษฐกิจอย่างครบวงจร ซึ่งจะช่วยยกระดับพื้นที่ EEC สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งอนาคตของประเทศ และสร้างความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพในวงกว้าง โดยลลิลฯประเมินว่าดีมานด์ที่อยู่อาศัยใหม่จาก EECiti มาจาก 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรรายได้สูง ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า, ดิจิทัล, AI, การบิน และโลจิสติกส์, กลุ่มนักลงทุนระดับนานาชาติ ที่ต้องการที่พักอาศัยเพื่อรองรับการพำนักระยะยาวหรือการลงทุนปล่อยเช่า และกลุ่มครอบครัวในพื้นที่ ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ

มุมมองของลลิลฯ ในการเริ่มต้นพัฒนา EECiti จะเห็นดีมานด์จากกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง วิศวกร และแรงงานทักษะที่เข้ามารองรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ในระยะยาว ตลาดจะเปลี่ยนผ่านสู่ Real Demand อย่างชัดเจน จากการเข้ามาตั้งฐานขององค์กรระดับโลก ศูนย์วิจัย และธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งช่วยยกระดับกำลังซื้อของผู้บริโภคในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว ลลิลฯ ได้ศึกษาทำเลในภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ ชลบุรี, ศรีราชา และระยอง ซึ่งถือเป็น Strategic Location สำคัญจากศักยภาพในการเชื่อมต่อระหว่างนิคมอุตสาหกรรมหลัก เมืองใหม่ และระบบสาธารณูปโภค ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ และโครงข่ายคมนาคมสมัยใหม่

โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน EEC สะท้อนให้เห็นชัดว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน ใช้ชีวิต และสุขภาวะที่ดีในระยะยาว ทั้งยังมองว่าผู้บริโภครุ่นใหม่ในพื้นที่ EEC มีความต้องการที่อยู่อาศัยที่แตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ Flexible & Hybrid Living หรือพื้นที่ใช้สอยที่ปรับเปลี่ยนได้ เช่น ห้องทำงาน Work from Home หรือห้องสตูดิโอส่วนตัว, Green & Eco-Friendly Living ที่เน้นบ้านประหยัดพลังงาน ระบบรองรับ EV Charger และวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึง Smart & Well-being Ecosystem ที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ลลิลฯ ยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐาน Green Living Standard ผ่านการพัฒนาบ้านประหยัดพลังงาน การออกแบบเพื่อการระบายอากาศที่ดี และการเพิ่มพื้นที่ส่วนกลางสีเขียวขนาดใหญ่ในโครงการ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอยู่อาศัย ธรรมชาติ และสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย โดยเชื่อว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้า การพัฒนา EECiti จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านการกระจายรายได้ การยกระดับเมือง และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยภาคตะวันออกมีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของ GDP ประเทศไทย

ทั้งนี้ EECiti จะมีบทบาทสำคัญของประเทศไทยบนเวทีโลก พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนระยะยาว และยกระดับมาตรฐานตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่การแข่งขันด้านนวัตกรรมการอยู่อาศัยและความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากที่อยู่อาศัยที่มอบคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ ฃ

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง