SC Asset เผยโฉมกลยุทธ์การพัฒนาที่อยู่อาศัยภายใต้แนวคิด 8 New Series เน้นการออกแบบจากข้อมูล Consumer Insight และเสียงสะท้อนของลูกค้าอย่างแท้จริง ผ่านโปรแกรม Home Visit และการรับฟังปัญหาเพื่อนำมาปรับปรุงพื้นที่ใช้สอยให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ โดยเน้นความสำคัญของ Individual Space ที่ให้ความเป็นส่วนตัวแก่สมาชิกทุกคนในบ้าน ควบคู่ไปกับ Common Space ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อธรรมชาติอย่างลงตัว ทั้งนี้มีการเปิดตัวโครงการไฮไลท์อย่าง Bangkok Boulevard Signature และ Grand Bangkok Boulevard ซึ่งมีการเพิ่มฟังก์ชันพิเศษ อาทิ Double Master Bedroom, Secondary Pantry บนชั้นสอง และการออกแบบบ้านให้มีความลึกมากขึ้นเพื่อรองรับสระว่ายน้ำส่วนตัวและที่จอดรถที่สะดวกกว่าเดิม นอกเหนือจากการเปิดตัวโครงการใหม่รวม 19 โครงการในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี SC Asset ยังมุ่งเน้นการรักษามาตรฐานคุณภาพและการบริการหลังการขายเพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของบ้านอย่างสมบูรณ์แบบให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม
มงกุฎ เตโชฬาร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวราบและการตลาด บริษัท เอสซี แอสเสท
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวบ้านแนวราบ 19 โครงการใหม่ มูลค่ารวมสูงถึงกว่า 1.7หมื่นล้านบาท จากพอร์ตโครงการที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมดประมาณ 116,000 ล้านบาท พร้อมนำเสนอ 8 ซีรีส์ใหม่ ซึ่งถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันจากอนไซต์และความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เพื่อยกระดับสุนทรียภาพในการอยู่อาศัยที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่คฤหาสน์หรู แบรนด์เรือธง ไปจนถึงผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่อย่างโฮมออฟฟิศ โดยมุ่งเน้นไปที่ความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์บ้านที่เข้าใจและพร้อมปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ภายใต้แนวคิด “Live and Learn” หรือบ้านที่เข้าใจพร้อมปรับทุกการเปลี่ยนแปลงของชีวิต เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการออกแบบอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัวและสง่างาม
โดยในช่วงปลายเดือนกันยายน (19–20 และ 26–27 ก.ย.) จะเปิดตัวโครงการ Bangkok Boulevard Signature และโครงการ Work ซึ่งเป็นโฮมออฟฟิศดีไซน์ใหม่จำนวน 8 ยูนิต ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าโครงการ ส่วนช่วงเดือนตุลาคม (10–11 ต.ค.) จะเปิดตัวบ้านกลุ่ม Grand Bangkok Boulevard อีก 5 โครงการ และช่วงเดือนพฤศจิกายน (14–15 พ.ย.)จะเปิดตัว The Pavilion โครงการระดับเอ็กซ์คลูซีฟจำนวน 23 ยูนิต มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท บริเวณย่านโรงกษาปณ์ ซึ่งเป็นโครงการสุดท้ายที่จะเปิดตัวในปีนี้

ทั้งนี้บริษัทจะเน้นสเปซที่ทรงคุณค่ามากกว่าการลดราคา เนื่องจา สภาพตลาดปัจจุบันลูกค้าไม่ได้ต้องการบ้านที่ราคาแพงขึ้น แต่ต้องการพื้นที่ใช้สอย (Space) ที่ให้ความรู้สึกคุ้มค่า มีความโปร่ง และต้อนรับเมื่อก้าวเข้าบ้าน โดยเน้นกลยุทธ์ฟังเสียงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำอินไซด์มาพัฒนาสินค้าผ่านการทำวิจัย Brand Health Check กว่า 1,400 ตัวอย่างต่อปีต่อเนื่องเกิน 10 ปี การให้ผู้บริหารและผู้จัดการร่วมฟังสายลูกค้าใน Call Center รวมถึงโปรแกรม Home Visit เดินตรวจเช็คบ้านและพูดคุยกับลูกค้าที่อยู่อาศัยจริงแล้ว 1–5 ปี เพื่อค้นหา Unmet Needs นำมาปรับปรุงสเปซบ้านยุคใหม่
ส่งผลให้ในปี 2569 นี้ บริษัทคาดการณ์ว่าจะสามารถปิดการขายโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมในเครือ รวมประมาณ 19 โครงการ มูลค่าประมาณ 1.000 ล้านบาทจากมูลค่าโครงการรวมกว่า 25,600 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการที่สามารถปิดการขายแล้ว 4 โครงการ อาทิ โครงการ คอนนาเซอร์ พัฒนาการ, โครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ – ปิ่นเกล้า, โครงการ วี คอมพาวด์ ติวานนท์-รังสิต, โครงการ เวิร์คเพลส รามอินทรา-พระยาสุเรนทร์ และโครงการที่ใกล้ปิดการขายอีก 15 โครงการ อาทิ โครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขสวัสดิ์ – พระราม3, โครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด กรุงเทพกรีฑา, โครงการ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต

ด้านณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป้าหมายของเอสซี แอสเสทคือการทำให้แนวคิด Individual-Centric เกิดขึ้นจริงในทุกขั้นตอนของการพัฒนาที่อยู่อาศัย บริษัทจึงได้ดำเนินการหลายด้าน เพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงพฤติกรรมเชิงลึกของผู้บริโภคมากขึ้น อาทิ การจ้างบริษัทวิจัยสำรวจข้อมูลประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกบ้าน การกำหนดให้ผู้บริหารระดับต่างๆ ต้องเยี่ยมชมความเป็นอยู่และการใช้ชีวิตของลูกบ้านด้วยตัวเอง การกำหนดให้ผู้บริหารต้องเข้าฟังทั้งคำติและคำชมจาก Call Center ของบริษัท ส่งผลให้เกิด Live and Learn Home บ้านที่สร้างจากชีวิตจริงของผู้บริโภค และเป็นบ้านที่ปรับไปตามชีวิตที่เปลี่ยน สะท้อนผ่าน 19 โครงการ ภายใต้ 5 แบรนด์ ได้แก่ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด, บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์, บางกอก บูเลอวาร์ด, เวนิว ไอดี และเดอะ พาวิลเลียน โดยพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ให้สอดรับกับการใช้ชีวิตของคนในบ้าน เช่น Double Living ที่ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้, Equitable Bedroom ห้องนอนพี่น้องที่มีขนาดเท่ากัน, Secondary Pantry พื้นที่อเนกประสงค์ชั้น 2 และ His & Her Walk-in Closet รวมถึง Cinematic Space ที่ตอบโจทย์
คนที่ต้องการบ้านโปร่งและใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ด้วย Living ที่เพดานสูงและกระจกบานใหญ่ที่เปิดมุมมองสวนได้มากขึ้น
และ Open Space Living ที่ช่วยให้สมาชิกในครอบครัวทำกิจกรรมที่แตกต่างกันได้ในพื้นที่เดียวกัน โดยยังรู้สึกว่าได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน
ปัจจุบันเอสซี แอสเสทได้เปิดตัวบ้านแล้ว 4 ซีรีส์ ได้แก่ Cape Dutch Revival, Modern Tropical, Pause Series และ Mid-Century Modern โดยบ้าน ซีรีส์ Cape Dutch Revival จะเปิดตัวในแกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก เน้น Inspired มาจากสถาปัตยกรรม Cape Dutch Revival ผสมผสานระหว่างสไตล์ดัตช์ดั้งเดิมและสไตล์ท้องถิ่นของแอฟริกาใต้ โดยนำ ‘Symmetry’ (ความสมมาตร) และ ‘Grandeur’ (ความสง่างาม) จากศตวรรษที่ 17 มาตีความใหม่ให้เข้ากับยุคปัจจุบัน พร้อมพื้นที่ส่วนตัว A Private Haven in a House พร้อมฟังก์ชันครบครันเสมือนมีบ้านอีกหลัง ห้องแต่งตัวขนาดใหญ พื้นที่ + ห้องครัวขนาดย่อม ชั้น 2 และPrivate Pool
ส่วนบ้าน Modern Tropical เน้นแสงธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวที่เติมเต็มทุกช่วงเวลา ถูกออกแบบให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต จะเปิดตัวในโครงการบางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ รามอินทรา-วัชรพล,บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ สาทร-ปิ่นเกล้า,บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ ปิ่นเกล้า-บรม,บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ บางแค และบางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ แจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์
บ้านซีรีส์ Pause Series เอสซี แอสเสทได้พัฒนาบ้านซีรีส์นี้จาก insights ของลูกค้า ที่ปัจจุบันเผชิญกับความเครียดสะสมจากการทำงาน จึงต้องการบ้านที่จะช่วย charge energy เป็นบ้านเพื่อการพักผ่อนที่แท้จริง ออกแบบให้ Double Volume สูงถึง 7.15 เมตร พร้อม Duo Living Space Panoramic View ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ 2 ห้อง และกระจกโค้ง Panoramic view เปิดรับแสง ทำให้บ้านดูโปร่ง โล่ง รวมถึง Penthouse on Ground ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง สามารถปรับเปลี่ยนรวมเพื่อให้เป็นห้องนอนขนาดใหญ่ และ Double Master Bedroom with Balcony ห้องนอนใหญ่ ให้สเปซของการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ส่วนกลาง ทุกห้องมี Balcony ส่วนตัว โดยจะเปิดตัวบ้านซีรีส์นี้ในโครงการบางกอก บูเลอวาร์ด พอส วิภาวดี-พหลฯ
และบ้านซีรีส์ Mid-Century Modern เน้นศิลปะแห่งการออกแบบที่ผสานความเรียบง่ายเหนือกาลเวลา เต็มไปด้วยรายละเอียดผ่านเส้นสายที่เป็นเอกลักษณ์ Space ที่โปร่งโล่ง และการเชื่อมต่อธรรมชาติเข้ากับการใช้ชีวิตอย่างสมดุล พร้อม Vertical Formผ่านพื้นที่โถงสูงโปร่ง 6 เมตร Circle Shelf เปิดมุมมองของการอยู่อาศัย เพื่อสร้างพื้นที่ที่งดงามอย่างมีความหมาย โดยพบแบบบ้านนี้ได้ในโครงการเวนิว ไอดี มอเตอร์เวย์-พระราม9,เวนิว ไอดี พหลโยธิน-รังสิต,เวนิว ไอดี วิภาวดี-พหลฯ,เวนิว ฟอร์ม พระราม 5 และเวนิว ฟอร์ม บางนา – ศรีวารี

โดยโครงการ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด (Grand Bangkok Boulevard) เน้นการขยายความลึกตัวบ้านเป็น 18 เมตรเพื่อแก้ปัญหาบ้านตื้นและจอดรถลำบาก จากความลึกของบ้านจากเดิม 16 เมตร ทพให้สามารถเพิ่ม Private Outdoor & Pool Villa Design เข้ามาไว้ภายในตัวบ้านได้ ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว หลบแดด ไม่ร้อน และสามารถมองเห็นวิวสระได้จากพื้นที่ภายในบ้าน รวมถึง Double Living Room ขนาดใหญ่ ขยายพื้นที่ห้องรับแขกให้กว้างขวาง รองรับคนได้มากกว่า 10 คนขึ้นไป มองเห็นวิวสระว่ายน้ำ และเชื่อมต่อกับพื้นที่ Wellness ภายในบ้าน
ส่วนโครงการเดอะ พาวิลเลียน (The Pavilion) คือซีรีย์โครงการบ้านและดีไซน์ใหม่ล่าสุดจาก SC Asset โดยมีไฮไลท์สำคัญ คือ เอ็กซ์คลูซีฟและความเป็นส่วนตัวสูง เป็นโครงการขนาดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีจำนวนเพียง 23 ยูนิตเท่านั้น มูลค่าโครงการรวม500 ล้านบาท ตั้งอยู่บริเวณ ตรงโรงกษาปณ์ มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 14–15 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นโครงการสุดท้ายที่จะเปิดตัวในปีนี้
และแบรนด์ Venue ในกลุ่ม 8 New Series ที่พัฒนาจากอินไซด์ของลูกค้า มีการสไตล์การออกแบบในสไตล์ Mid-Century Modern ที่ให้ความรู้สึกเท่ ทันสมัย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จะเปิดตัวทั้งหมด 3 โครงการ บนทำเลศักยภาพ เช่น วิภาวดี – พหลโยธิน และ มอเตอร์เวย์ – พระราม 9 เน้นพื้นที่ใช้สอยอินดอร์ ให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่เคยเน้นระเบียงภายนอกขนาดใหญ่ มาเป็นการลดขนาดระเบียงลงแล้วเพิ่มพื้นที่ห้องอเนกประสงค์ภายในบ้าน เพื่อให้ใช้งานได้จริงในทุกๆ วัน
ส่วนแบรนด์หลักเป็นแนวคิดการดีไซน์ซีรีย์ใหม่ของแบรนด์ Bangkok Boulevard (บางกอก บูเลอวาร์ด) จะเปิดตัว 2 โครงการ บนทำเลศักยภาพ ได้แก่ โซนบางนา กม.12 และโซนราชพฤกษ์





