“เซ็นทรัล”ทิ้ง”โฮมเวิร์ค”ทุ่มงบ200ล้าน รีแบรนด์ดิ้งเป็น“บ้านแอนด์บียอนด์”

กลุ่มเซ็นทรัลประกาศทิ้งแบรนด์ “โฮมเวิร์ค”หลังสินค้าไม่ตอบโจทย์ลูกค้า ปรับกลยุทธ์ทุ่มงบ 200 ล้านบาท Re-Brandingเป็น “บ้านแอนด์บียอนด์”สู้ศึกคู่แข่ง รวมสินค้าตกแต่งซ่อมแซมบ้านแนวใหม่ ให้ทุกอย่างมากกว่าเรื่องบ้าน คาดปลายปีมี 6 สาขาครอบคลุมทุกภาค ตั้งเป้า 5 ปียอดขายแตะ 50,000 ล้านบาท

 

 

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในกลุ่มเซ็นทรัล ผู้ดำเนินธุรกิจ “บ้านแอนด์บียอนด์” เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านในปัจจุบันมีแนวโน้มขยายตัวได้ในทิศทางที่ดี ซึ่งมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 3.6% คิดเป็นมูลค่าตลาดรวมกว่า 200,000 ล้านบาท ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลโฮมกรุ๊ปมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 14%โดยการเติบโตนั้นมีปัจจัยมาจากเศรษฐกิจของประเทศที่มีการฟื้นตัวได้ดี ซึ่งคาดว่าจะเติบโตได้ที่ 4.8% ที่ได้รับแรงหนุนจากโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆของทางภาครัฐ การขยายตัวของสังคมเมือง ส่งผลให้แนวโน้มรายได้ต่อครัวเรือน และจำนวนที่อยู่อาศัยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นใน 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มเป้าหมายที่เป็นเจ้าของบ้านหรือคอนโดมีอายุน้อยลง และมีขนาดครอบครัวที่เล็กลง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร เมืองธุรกิจ เมืองท่องเที่ยว และเมืองอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ  โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) รวมทั้งปัจจัยด้านพฤติกรรมการซื้อของตกแต่งบ้านมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้บริโภคมีความความต้องการที่หลากหลายเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น รวมถึงประเทศไทยกำลังย่างเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีกำลังซื้อและมีความต้องการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้า บริการ และข้อมูลที่รวดเร็ว ตอบสนองได้อย่างฉับไว ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีช่องทางของ Social Media ที่เป็นเครื่องมือหลักในการตัดสินใจซื้อสินค้า

 

ทั้งนี้จากการที่บริษัทเปิดให้บริการร้านค้าโมเดิร์นเทรด “โฮมเวิร์ค”เมื่อปี 2544 ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าสินค้าไม่ค่อยตอบโจทย์ผู้บริโภค ขณะเดียวกันการแข่งขันในธุรกิจดังกล่าวก็ค่อนข้างมีเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ต้องปิด “โฮมเวิร์ค” ไปหลายสาขา  ดังนั้นในปี2561 นี้ บริษัทจึงได้ทุ่มงบประมาณ 200 ล้านบาทในการรีแบรนด์ดิ้ง (Re-Branding) ใหม่เป็น “บ้านแอนด์บียอนด์” เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์เป็นศูนย์รวมสินค้าตกแต่งและซ่อมแซมบ้านแนวใหม่ที่ให้ทุกอย่างมากกว่าเรื่องบ้าน คือ ฟังก์ชันการใช้งาน ราคาคุ้มค่าจับต้องได้ มีโซลูชั่นช่วยแก้ทุกปัญหาที่ลูกค้าไม่สามารถทำเองได้ และบริการที่ครบทุกความต้องการ

 

โดยได้เริ่มทดลองเปิด “บ้านแอนด์บียอนด์” ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจสินค้าตกแต่งบ้านรูปแบบใหม่ จำนวน 3 สาขา ที่เชียงใหม่ ขอนแก่น และพัทยา ก่อนเป็นลำดับแรก ปรากฏว่าสามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น 20% ส่งผลให้บริษัทฯ มั่นใจทำรีแบรนด์ดิ้ง (Re-Branding) “โฮมเวิร์ค” เป็น “บ้านแอนด์บียอนด์” โดยตั้งเป้าปรับเปลี่ยนหน้าร้านอีก 3 แห่ง ที่สาขาราชพฤกษ์ สาขารัตนาธิเบศร์ และสาขาภูเก็ต ให้เป็น “บ้านแอนด์บียอนด์” ซึ่งจะทำให้จนถึงปลายปีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 6 สาขา ครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ครบทุกภาคทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้  ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ในปีนี้กลุ่มเซ็นทรัล โฮม มียอดขาย 25,000 ล้านบาท เติบโต 15%

 

ซึ่งการรีแบรนด์ในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการที่มูลค่าตลาดโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้านมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เป็นโอกาสที่ดีหากบริษัทฯ สามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ตลาดได้ โดยปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ส่งผลให้บริษัทฯ มองเห็นโอกาสรีแบรนด์ “โฮมเวิร์ค” เป็น“บ้านแอนด์บียอนด์” Home Improvement Store ที่เป็นโมเดลธุรกิจสินค้าตกแต่งบ้านเทรนด์ใหม่ โดยวางตำแหน่งของแบรนด์ให้เป็นศูนย์รวมสินค้าตกแต่งและซ่อมแซมบ้าน ที่ให้ทุกอย่างมากกว่าแค่เรื่องบ้าน “BEYOND EXPECTATION” ด้วย 4 หัวใจหลัก คือ สินค้าที่มีสไตล์พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน ราคาคุ้มค่าจับต้องได้ มีโซลูชั่นที่ช่วยแก้ทุกปัญหา ทั้งการซ่อมแซมหรือปรับปรุงบ้าน และบริการที่ครบทุกความต้องการ ตอบโจทย์ลูกค้าในยุค 4.0 ด้วยพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร/สาขา พร้อมด้วยสินค้าคุณภาพกว่า 20,000 รายการ โดยมีรูปแบบการจัดเรียงสินค้าที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งมีสินค้าที่แตกต่างจากเดิมถึง 30% ทำให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น

 

 

“ภายในระยะ 5 ปีข้างหน้ากลุ่มเซ็นทรัล โฮม คาดว่าจะมี 100 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็น บ้านแอนด์บียอนด์ 20 สาขา และไทวัสดุ 80 สาขา เพิ่มจากปัจจุบันที่มี 45 สาขา และตั้งเป้ายอดขายรวมของกลุ่มเซ็มทรัลโฮม กรุ๊ป ที่50,000 ล้านบาท”นายสุทธิสาร กล่าว

 

นายสุทธิสารกล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งใน Pain point ของลูกค้า คือ เรื่องการซ่อมแซมบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ “บ้านแอนด์บียอนด์” จึงเปิดบริการ vFIX บริการปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน ติดตั้ง เปลี่ยนหรือย้ายจุดอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน จากช่างผู้เชี่ยวชาญผ่านการทดสอบตามมาตรฐานกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมรับประกันผลงานนานสูงสุด 180 วัน ในราคาที่จับต้องได้ ผ่านContact Center 1308 เพื่อบริการลูกค้าฉับไว โดยจะเริ่มให้บริการ vFIX ภายใน 31 สิงหาคม2561 และ vFIX Application ในเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้บริษัทฯเตรียมให้บริการช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.baanandbeyond.com เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าและบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไร้รอยต่อด้วยการเชื่อมโยงช่องทางหน้าร้าน กับออนไลน์ ตามแนวคิด OMNI Channel ภายในเดือนกันยายน 2561

 

 

“เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ในแบรนด์และเป็นการฉลองเปิดตัว“บ้านแอนด์บียอนด์” อย่างเป็นทางการ บริษัทฯ กำหนดจัดงาน baan & BEYOND Expo 2018งานมหกรรมสินค้าตกแต่ง ซ่อมแซมบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี พร้อมสินค้าราคาลดสูงสุด 80% จากกว่า 500 แบรนด์ชั้นนำ รวมทั้งกิจกรรมและรายการส่งเสริมการขายพิเศษมากมายภายในงาน ระหว่างวันที่ 28 กันยายน -7 ตุลาคม 2561 ณ ไบเทค บางนา Hall 101-104”นายสุทธิสาร กล่าวในที่สุด

 

 

 

 

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง