ปี’62 รับมือดอกเบี้ยขาขึ้น เตือนสติ ”อย่าลงทุนเกินตัว”

หลังจากที่ในตอนแรกได้อ่านมุมมองของ “นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์” นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ไปแล้ว ในวันนี้ทางทีมงาน “พร็อพทูมอร์โรว์” (prop2morrow) ขอนำสนอตอนที่ 2 ซึ่งเป็นมุมมองของ “นายอธิป พีชานนท์” นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ตามประเด็นดังต่อไปนี้

 

หวั่นสภาวะเศรษฐกิจโลกกระทบ GDP ในประเทศลดต่ำกว่า 4 % หลายปัจจัยลบส่งผลกำลังซื้ออสังหาฯชะลอตัว จับตากฎหมายภาษีที่ดินฯ พ่นพิษ แห่นำทรัพย์มือสองเร่ขายชิงดีมานด์บ้านมือหนึ่ง ด้านมาตรการ LTV จะปลุกบ้านผ่อนดาวน์กลับมาอีกรอบ ขณะที่ทำเลรถไฟฟ้าสายใหม่ยังได้รับความนิยม แนะผู้ประกอบการอย่าลงทุนเกินตัว

 

 

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนหันซื้อทาวน์เฮาส์คุ้มกว่าคอนโดฯ

นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผย ถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมาว่า ตลาดต่างจังหวัด บ้านจัดสรรจะมีส่วนแบ่งตลาดสูงกว่าคอนโดมิเนียม ที่ 70:30 ขณะที่ตลาดอสังหาฯ ในกทม. คอนโดฯจะมีส่วนแบ่งการตลาดสูงกว่าบ้านจัดสรร สัดส่วน 50:45 โดยเซกเมนต์ในกลุ่มบ้านจัดสรรที่มีการเติบโตมากที่สุดคือ ทาวน์เฮาส์ มีส่วนแบ่งประมาณ 25 % ซึ่งมากกว่าบ้านเดี่ยว เนื่องจากที่ดินที่จะสร้างคอนโดฯ มีการเปลี่ยนแปลงด้านราคาที่สูงค่อนข้างมาก จึงทำให้คอนโดฯ รุ่นใหม่ในกทม. ที่จะออกมาในตลาดเป็นราคาที่อาจสูงเกินกว่าที่ผู้ที่มีฐานะปานกลางจะซื้อได้ คือตารางเมตรละ 100,000-200,000 กว่าบาท ส่งผลให้ผู้ที่เคยมีความต้องการซื้อคอนโดฯ ส่วนหนึ่งเปลี่ยนใจไปซื้อสินค้าประเภททาวน์เฮาส์ เพราะงบประมาณที่มีไม่สามารถปรับตัวสูงขึ้นตามราคาคอนโดฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ และความจำเป็นที่ต้องการใช้พื้นที่ไม่สามารถลดขนาดลงมาได้ หากคิดราคาต่อตารางเมตรนั้น ทาวน์เฮาส์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เกิน 50,000 บาท/ตารางเมตร แต่ในขณะที่คอนโดฯ มีราคาสูงขึ้นกว่า 100,000 บาท/ตารางเมตร เท่ากับว่าซื้อคอนโดฯ แต่ได้พื้นที่ที่เล็กกว่าทาวน์เฮาส์ถึงครึ่งหนึ่ง เช่น ซื้องบประมาณ 3 ล้านบาท จะซื้อคอนโดฯ ได้ไม่ถึง 30 ตารางเมตร  แต่สามารถซื้อทาวน์เฮาส์ได้ประมาณ 90 ตารางเมตร เมื่อหารเฉลี่ยแล้วเท่ากับว่าราคาต่อตารางเมตรของคอนโดฯ แพงกว่าทาวน์เฮาส์ที่อยู่ในทำเลที่ไม่ห่างกันมากนักถึงกว่า 2 เท่าตัว จึงเป็นเหตุผลที่ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมาซื้อทาวน์เฮาส์มากขึ้น และประกอบกับรถไฟฟ้าก็มีการขยายออกไปหลายเส้นทางมากขี้น ก็ทำให้ที่ดินที่อยู่ในซอยใกล้สถานีรถไฟฟ้า สามารถนำมาพัฒนาเป็นทาวน์เฮาส์ได้ ในขณะที่คอนโดฯ ในทำเลใกล้เคียงกันก็ยังมีราคาสูงอยู่

 

หวั่นปี 62 หลายปัจจัยลบถาโถมกระทบกำลังซื้อหด

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในปี 2562 นั้น เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจไทยได้รับการพยากรณ์ว่า น่าจะได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มจะชะลอตัว  โดยเศรษฐกิจไทยที่คาดการณ์ว่า GDP จะสูงเกิน 4 % ก็มีผู้ประกอบการหลายรายปรับลดลงมาต่ำกว่า 4 % แล้ว นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจจะมีอัตราการเติบโตที่ช้าลง โดยเฉพาะปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯ คือ กำลังซื้อ  นอกจากนี้ยังมีเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับการคาดการณ์ว่าน่าจะมีการปรับตัวสูงขึ้นในปี 2562  อาจจะมี 2 จังหวะ ขึ้นครั้งละ 1.25 % ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย เพราะเป็นการเพิ่มภาระในการผ่อนชำระของตัวผู้กู้ขอสินเชื่อ เป็นการลดขนาดวงเงินสินเชื่อลง ซึ่งโดยเฉลี่ยทุกๆ 1.25 % ของการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น ก็จะไปกระทบกำลังซื้อประมาณ 2 % ซี่งเป็นสิ่งที่กำลังเฝ้าจับตามองอยู่

 

ส่วนเรื่องภาวะความไม่แน่นอนทางการเมืองก็จะมีผลกระทบต่อโครงการที่อยู่อาศัยในเรื่องของนโยบายในการที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันได้วางแนวทางการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไว้ในหลายระบบ อาทิ การขยายเส้นทางรถไฟฟ้าในกทม.ที่มากขึ้น, รถไฟความเร็วสูงที่ขยายไปยังภูมิภาคต่างๆ ,รถไฟทางคู่, มอเตอร์เวย์ และโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา รวมทั้งท่าเรือในแหลมฉบับ ,มาบตาพุด และโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ซึ่งโครงการเหล่านี้หากมีการเปลี่ยนแปลง ก็จะกระทบต่อความน่าลงทุนของภาคเอกชนและการขยายตัวของที่อยู่อาศัย ซึ่งจะต้องจับตามองว่ามีความไม่แน่นอนมากน้อยเพียงใด

 

และอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องเฝ้าจับตามองคือกฎหมายใหม่ที่ออกมากอีก ซึ่งขณะนี้ที่ออกมาแล้วคือ กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ…. ,ภาษีลาภลอย ซึ่งมีผลกระทบต่อการพัฒนาอสังหาฯ อยู่พอสมควร เพราะจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในหลายรูปแบบ คือแนวโน้มจะมีการนำเอาทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ออกมาขาย เช่น บ้านมือสอง การนำเอาที่ดินเปล่าออกมาพัฒนามากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีซัพพลายใหม่เข้ามาในตลาด ซึ่งจะทำให้แข่งกับซัพพลายที่เป็นบ้านมือหนึ่งพอสมควร ซึ่งก็ต้องดูว่าจะมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด

 

 

จับตา “บ้านผ่อนดาวน์” ฟื้นคืนชีพ

ในขณะที่มาตรการการปรับเกณฑ์อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value :LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่มีผลกระทบต่อการขอสินเชื่อ อาจจะมีผลต่อการซื้อ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านหลังที่ 3 หลังที่ 4 ซึ่งจะกระทบบ้านพักตากอากาศ คอนโดฯ บ้านแนวราบ ในส่วนที่อาจจะเกินความจำเป็น เพราะระยะเวลาในการผ่อนชำระบ้านแนวราบนั้นสั้น ก็อาจจะเกิดเรื่องของการที่จะมีสินค้าของการผ่อนชำระให้นานขึ้น ก็คือ “บ้านผ่อนดาวน์” ซึ่งจะทำให้เข้าสู่วังวนการซื้อบ้านทั้งๆ ที่ยังไม่มีการปลูกสร้างบ้าน และต้องผ่อนชำระในระยะยาว ซึ่งจะเกิดขึ้นในปี 2562  

 

สิ่งที่จะต้องน่าจับตามองอีกเรื่องคือ กฎหมายผังเมืองฉบับใหม่ ที่กำลังจะเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และกำลังจะออกมาในปลายปี 2561 จะมีผลกระทบอย่างไร ทั้งในเรื่องของการปรับเปลี่ยนผังเมืองกทม. อาจจะเปิดโอกาสหรือลดขนาดของการขยายตัวที่อยู่อาศัยมากน้อยเพียงใด และกฎหมายเกี่ยวข้องที่กำลังจะประกาศออกตามมาคือการปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติของนิติบุคคลบ้านจัดสรร และกฎหมายสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่จะมีการกระจายอำนาจไปยังจังหวัดภูมิภาค ให้ตัดสินใจในการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีก 9 จังหวัดว่าจะมีผลกระทบอย่างไร

 

ระวังบ้านมือสองแย่งดีมานด์ตลาดบ้านมือหนึ่ง

นายอธิป กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่กฎเกณฑ์ LTV จะบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2562  แนวโน้มของการเร่งขาย เร่งโอน ก็จะมีมากขึ้นในไตรมาส 1/2562 และสินค้าที่คงเหลือขายและแล้วเสร็จก็จะขายได้ยากขึ้น  ผู้ประกอบการก็ต้องเร่งระบายออกให้ได้มากที่สุด ก็จะเห็นแคมเปญต่างๆ เกิดขึ้นมากมายอย่างแน่นอน และในระหว่างปีก็จะมีสินค้าประเภทบ้านมือสองเข้ามาแข่งขันมากขึ้น เพราะคนพยายามที่จะลดภาระภาษีที่ดินฯ คาดว่าคงจะสามารถระบายออกมาได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากดีมานด์ยังมีอยู่จำกัดเท่าเดิม ซึ่งก็จะต้องมาแย่งดีมานด์จากบ้านมือหนึ่งไป โดยบ้านมือหนึ่งก็จะต้องระวังการเข้ามาแย่งตลาดของบ้านมือสองเช่นกัน

 

สำหรับในครึ่งปีแรก 2562 อาจจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่น้อยลง แต่หากในครึ่งปีหลังมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะมีผู้ประกอบการบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีสัดส่วนการตลาดเกินกว่า 50 % จำเป็นจะต้องมีอัตราการเติบโต ดังนั้นจะต้องมีการเปิดตัวมากขึ้นในครึ่งปีหลัง

 

ทำเลแนวรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ยังได้รับความนิยม

อย่างไรก็ตามภาพรวมในปี 2562 ก็อาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงให้ตลาดโดยรวมมีการขยายตัวที่ไม่มากนัก แต่ก็หวังว่าผลกระทบเหล่านี้จะอยู่ในขอบเขตที่เรารับผิดชอบได้ คาดว่าน่าจะมีโอกาสการขยายตัวในปี 2562 อยู่ประมาณ 5 % บวกลบ  โดยตลาดระดับราคาปานกลาง 1.5 ล้านบาทขึ้นไป ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง  ส่วนเขตภูมิภาคก็ต้องจับตามองว่าหากภาวะพืชผลทางการเกษตรไม่ได้รับผลกระทบ กำลังซื้อก็จะกลับมา  แต่เซกเมนต์ที่คาดว่าน่าจะมีความอิ่มตัวคือ ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท เพราะเป็นกลุ่มที่มีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อมากที่สุดเกินกว่า 50 % และได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และอีกกลุ่มคือราคาเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากการขยายตัวมีจำนวนจำกัด มีส่วนแบ่งตลาดที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงประมาณ 10 % ของตลาด ซึ่งก็ไม่น่าจะมีอัตราการเติบโตไปมากกว่านี้

 

สำหรับกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ยังเป็นทำเลที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้า เช่น สายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ), สายสีน้ำเงิน สายสีส้ม และสายสีชมพู จะเป็นทำเลที่กระตุ้นให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยมากขึ้น ส่วนทำเลที่ได้รับความนิยมอยู่แล้ว อาทิ รังสิต ลำลูกกา ยังมีดีมานด์ที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง บางใหญ่ บางบัวทอง ยังมีโอกาสในการขยายตัวเช่นกัน ส่วนทำเลที่น่าจับตามองเพิ่มเติมขึ้นคือ แพรกษา ศรีนครินทร์ช่วงปลาย

 

ด้านผู้ประกอบการนั้น จากความไม่ชัดเจนในปัจจัยหลายเรื่องดังกล่าวข้างต้น ทำให้ยังไม่สามารถตัดสินใจลงทุนได้มาก และไม่ควรลงทุนมากเกินความจำเป็นของตลาด, ควรดูแลสภาพคล่องทางการเงินของตนเอง อย่างกู้สินเชื่อโครงการเกินกว่าความสามารถในการที่จะรองรับภาระได้, วิธีการที่จะศึกษาการลงทุน จะต้องเจาะลึกและละเอียดมากขึ้น ไม่ใช่ลักษณะ Me too Product

อ่านข่าวเพิ่มเติมคลิก>>>>>> โจทย์หินปี62 อสังหาฯบริหารสภาพคล่อง หวั่นเบี้ยวค่าก่อสร้าง-ห่วงบ้านล้านหลังเกิดยาก 

 

 

 

 

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง