กทม.เร่งพัฒนาเมืองตั้งเป้าปี 2570 ติด 1 ใน 50 เมืองน่าอยู่ของโลก

กทม.เร่งเดินหน้าพัฒนาเมืองรองรับประชากรแฝงและชาวต่างชาติย้ายถิ่นเข้ามาทำงาน อยู่อาศัยในเมืองกรุงเทพฯมากขึ้นในอนาคต เผยปัจจุบันมีประชากรแฝงอาศัยอยู่ในกทม.ประมาณ 8-10 ล้านคน คิดเป็น 14% ของประชากรทั้งประเทศ ตั้งเป้าปี 2570 กทม.จะติด 1 ใน 50 อันดับแรกเมืองน่าอยู่ของโลก

รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “วิสัยทัศน์กรุงเทพฯในอนาคตกับภาคอสังหาริมทรัพย์” จัดโดยสมาคมอาคารชุดไทยว่า ในอนาคตจะมีประชากรจากต่างจังหวัดย้ายเข้ามาทำงานและอยู่อาศัยในกรุงเทพฯเพิ่มมากขึ้น ทำให้ที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากกทม.เป็นเมืองใหญ่เมืองเดียวของประเทศไทย ทำให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

โดยเมืองกทม.มีขนาด GDP ที่สูงถึง 33 %  หรือประมาณ 5.3 ล้านล้านบาทของ GDP ทั้งประเทศไทยที่มีมูลค่า 16.1 ล้านล้านบาท มีรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็น 30% หรือประมาณ 0.3 ล้านล้านบาทของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมดของประเทศที่มีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท

ส่งผลให้ในปัจจุบันมีประชากรแฝงอาศัยอยู่ในกทม.ประมาณ 8-10 ล้านคน คิดเป็น 14% ของประชากรทั้งประเทศที่มีจำนวน 66ล้านคน ที่สำคัญมีจำนวนบริษัทจดทะเบียนนิติบุคคลในกรุงเทพฯคิดเป็น 36% จำนวน316,051 ราย ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนนิติบุคคลทั้งประเทศ 887,053 ราย

นอกจากนี้ยังมีบริษัทต่างชาติที่ย้ายฐานมาตั้งออฟฟิศใหม่ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น เพราะมีค่าครองชีพถูกกว่าฮ่องกงและสิงคโปร์ แต่คุณภาพชีวิตของประเทศไทยอยู่อันดับ 98 ของโลก ดังนั้นหากประเทศไทยสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ดี จะดึงคนต่างชาติ นักลงทุนเข้ามาในเมืองไทยมากขึ้น

ดังนั้นในฐานะที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่ากทม.จะต้องทำหน้าที่พัฒนาเมืองให้น่าอยู่ เพิ่มประสิทธิภาพของการทำงาน และสร้างโอกาสสำหรรับทุกคน โดยตั้งเป้าภายในปี 2570 กทม.จะติดอันดับ 1 ใน 50 อันดับแรกเมืองนิอยู่ของโลก  เพื่อจูงใจนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาตั้งฐานผลิตและสำนักงานในกทม. ช่วยให้เกิดการจ้างงานในเมืองกทม.ให้มากที่สุด ทำให้ในอนาคตจะเห็นสงครามการดึงคนเก่งเข้ามาทำงานในประเทศมากขึ้น

ขณะที่ปัญหาใหญ่ของคนกทม.คือ ปัญหารถติด ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพ ที่ต้องใช้ระยะเวลากว่า 71 ชั่วโมงต่อปีบนท้องถนน ทำให้ต้องมีการสร้างระบบรถไฟฟ้ามวลชนเข้ามารองรับด้านการจราจร โดยในปี 2571 กทม.และปริมณฑลจะมีรถไฟฟ้าเปิดให้บริการทั้งหมด 11 สาย จำนวน 297 สถานี  ระยะทาง 466.1 กิโลเมตร

รวมถึงปัญหาเรื่องพื้นที่สีเขียวไม่เพียงพอกับประชากร ซึ่งตามมาตรฐาน WHO กำหนดให้มีพื้นที่สีเขียว 9 ตารางเมตรต่อประชากร 1คน แต่ในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมาสัดส่วนพื้นที่สีเขียวต่อประชาชนอยู่ที่  6.9 ตารางเมตรต่อคน และมีสัดส่วนพื้นที่สีเขียวที่สามารถใช้ประโยชน์ได้แค่ 0.92 ตารางเมตรต่อคนเท่านั้น โดยกทม.อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างสวนที่ใช้เวลาเดินทางจากที่พักอาศัยไปยังสวนประมาณ 15 นาทีจำนวน 128 จุดทั่งกรุงเทพรวมเนื้อที่ 687 ไร่

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET supalai การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง