เบเยอร์ ชี้ “ฝ้าถล่ม-ปูนระเบิด-สีพอง-เชื้อรา” สัญญาณเตือนโครงสร้างกำลังได้รับผลกระทบจากความชื้นสะสม

จากสภาพอากาศที่แปรปรวนและฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทำให้เจ้าของบ้านจำนวนไม่น้อยเริ่มเผชิญปัญหาสีบวมพอง ผนังแตกร้าว ปูนลอกล่อน เชื้อราขึ้นตามผนัง รวมถึงคราบชื้นที่ปรากฏให้เห็นชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะบ้านที่มีอายุการใช้งานยาวนาน หรือบ้านที่ต้องเผชิญฝนสาดเป็นประจำ

พวงเพ็ญ แสงเพชร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เบเยอร์ จำกัด เผยถึงปัญหาความชื้นที่พบในบ้านส่วนใหญ่มักเป็นภัยเงียบที่สะสมมาเป็นเวลานาน โดยต้นเหตุไม่ได้เกิดจากสีเสื่อมสภาพเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่น้ำและความชื้นสามารถแทรกซึมเข้าสู่ผนังได้ทั้งจากภายนอกอาคาร รวมถึงความชื้นจากพื้นดิน หรือที่เรียกว่า Rising Damp ซึ่งค่อย ๆ เคลื่อนตัวขึ้นมาตามอิฐและปูนฉาบอย่างต่อเนื่อง

“ความชื้นชายล่างถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้าม เรามักพบคราบชื้น สีบวมพอง หรือผนังปูนแตกร่อนบริเวณส่วนล่างของผนังก่อนจุดอื่น เนื่องจากความชื้นในดินถูกดูดซึมขึ้นมาตามโครงสร้าง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสะสมสูง”

งานวิจัยด้านวัสดุก่อสร้าง ระบุว่า ความชื้นเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เร่งการเสื่อมสภาพของวัสดุประเภทปูนและวัสดุพรุน เมื่อความชื้นและเกลือแร่สะสมอยู่ภายในเนื้อวัสดุเป็นเวลานาน จะเกิดแรงดันภายในจนทำให้ผิวปูนแตกร่อน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ปูนระเบิด” อีกทั้งยังเป็นสาเหตุของการเกิดเชื้อรา คราบด่าง และการเสื่อมสภาพของฟิล์มสีในระยะยาว โดยด่านแรกของการป้องกันความชื้นคือ “สีรองพื้น” เนื่องจากเป็นชั้นที่สัมผัสกับผนังโดยตรง ทำหน้าที่สกัดกั้นความชื้น ลดการซึมผ่านของน้ำ เสริมการยึดเกาะ และช่วยปกป้องระบบสีโดยรวมให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ทั้งนี้ ด่านแรกที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันความชื้นคือ “สีรองพื้น” ซึ่งเป็นชั้นที่สัมผัสกับผนังโดยตรง ทำหน้าที่ลดการซึมผ่านของน้ำ สกัดกั้นความชื้น เสริมการยึดเกาะของสีทับหน้า และช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบสีโดยรวม

เพื่อรองรับปัญหาความชื้นที่แตกต่างกันในแต่ละสภาพผนัง เบเยอร์จึงพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์สีรองพื้นสำหรับงานปูนที่มีคุณสมบัติทนความชื้นสูง ได้แก่ Beger B-1900 สำหรับงานรองพื้นปูนทั่วไป ทั้งปูนใหม่ ปูนเก่า และปูนสด ทนความชื้นได้สูงถึง 40%, Beger B-2900 สำหรับผนังภายใน สูตรน้ำ กลิ่นอ่อน ทนความชื้นสูง 70% และ Beger B-3100 สำหรับผนังที่ต้องการการปกป้องจากความชื้นในระดับสูง โดยเฉพาะบ้านเก่า ผนังหลังฝนตก หรือบริเวณที่เคยเกิดปัญหาสีโป่งพอง ลอกล่อน คราบเกลือ และเชื้อราซ้ำซาก ซึ่งสามารถทนความชื้นได้สูงสุดถึง 75%

ทั้งนี้ ในยุคที่สภาพอากาศมีความผันผวนและฝนตกหนักเกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าที่เคย ปัญหาความชื้นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงาม แต่เป็นเรื่องของการดูแลและปกป้องโครงสร้างบ้านในระยะยาว การเลือกวัสดุป้องกันความชื้นที่เหมาะสมตั้งแต่แรก จึงเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในอนาคต พร้อมยืดอายุบ้านให้แข็งแรงและน่าอยู่อาศัยได้ยาวนานกว่าเดิม

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง