ปิดห้าแยกลาดพร้าวพลิกวิกฤต-ปรับตัวรับอนาคต

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาถนนลาดพร้าว-พหลโยธิน ถือว่าเป็นอีกเส้นหนึ่งที่มีการสัญจรอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ที่เป็นศูนย์รวมแหล่งช็อปปิ้ง อาหาร เครื่องดื่ม รวมไปถึงอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม  อีกมากมาย และเมื่อปี2559. ที่ผ่านมาการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แจ้งว่า บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธา โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต สัญญาที่ 1 จะดำเนินการก่อสร้างสถานีและทางวิ่งรถไฟฟ้า (N9 สถานีห้าแยกลาดพร้าว)จึงมีความจำเป็นต้องเบี่ยงการจราจรบนถนนพหลโยธินฝั่งขาออกเพิ่มเติม (ชิดเกาะกลาง) จำนวน 1 ช่องทาง ทำให้มีช่องทางจราจรฝั่งขาออกคงเหลือ 3 ช่องทาง และฝั่งขาเข้าคงเหลือ 2 ช่องทาง ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2559 ถึงวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป ตลอด 24 ชั่วโมง และในช่วงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 มีการทุบรื้อสะพานลอยข้ามแยกรัชโยธินเพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าสายดังกล่าวเช่นกัน และจะมีการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดทดแทนแนวสะพานเดิม ส่งผลให้การจราจรในทำเลดังกล่าวเป็นอัมพาตโดยปริยาย

 

ล่าสุดทางโครงการมีแผนจะเริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างบริเวณห้าแยกลาดพร้าวในช่วงปลายเดือนมกราคม 2560 นี้โดยรูปแบบก่อสร้างนั้นจะก่อสร้างเสาตอม่อต่อจากโครงสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอส ฝั่งหมอชิต และจากฝั่งห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว เข้ามาจ่อที่ห้าแยกลาดพร้าวก่อน จากนั้นจึงจะทำการเชื่อมโครงสร้างทางวิ่งรถไฟฟ้ายกข้ามทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ซึ่งจะยึดรูปแบบจากแยกรัชโยธินโมเดล โดยจะมีการปิดช่องทางจราจรในบริเวณดังกล่าวที่แคบลง แน่นอนว่าผู้ที่สัญจรในทำเลดังกล่าวต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะคอนโดฯที่เปิดขายในย่านดังกล่าว

 

SIRIมั่นใจวิกฤตพลิกโอกาส

 

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด ( มหาชน) หรือSIRI เปิดเผยว่า บริษัทฯมีโครงการที่เปิดขายในทำเลใกล้เคียงกับห้าแยกลาดพร้าวคือ “เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์” ซึ่งมองว่าการปิดช่องทางการขราจรดังกล่าวจะส่งผลกระทบในระยะสั้นประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องหาวิธีแก้ไขปัญหาการจราจรที่เกิดขึ้น โดยในมุมมองของตนนั้นกลับพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เพราะจากปัญหาดังกล่าวจะทำให้ผู้ที่ทำงานในย่านห้าแยกลาดพร้าว หรือบริเวณใกล้เคียง มีความต้องการที่จะซื้อคอนโดฯใกล้แนวรถไฟฟ้ากันมากขึ้น และเมื่อมองในด้านดีหากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว(เหนือ)ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะทำให้คอนโดฯในย่านดังกล่าวมีมูลค่าที่เพิ่มสูงมากขึ้น ซึ่งในช่วงระยะเวลาดังกล่าวบริษัทฯก็จะมีแคมเปญใหม่ๆออกมากระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้

 

โครงการคอนโดมิเนียม “เดอะ ไลน์ พหลฯ-ประดิพัทธ์” อาคารพักอาศัย สูง 46 ชั้น 1 อาคาร และ คลับเฮ้าส์ สูง 2 ชั้น 1 อาคาร พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 26.25-111.50 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 3.55 ล้านบาท หรือ160,000 บาท / ตารางเมตร จำนวนทั้งสิ้น 981 ยูนิต  มูลค่าโครงการ 5,800 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดขายแล้วประมาณ 60%

 

เชื่อเกิดเทรนด์ใหม่”Office Mobile”

 

ดร.ดลพิวัฒน์ ปรีดาวิภาต ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท ธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน ) หรือTNP กล่าวว่า หากมีการปิดช่องทางย่านลาดพร้าวที่แคบลงเชื่อว่าในช่วงระยะแรก 2-3 เดือน ทุกธุรกิจในย่านดังกล่าวคงได้รับผลกระทบเป็นเครือข่ายใยแมงมุงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะถนนลาดพร้าวและพหลโยธิน บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าวและยูเนี่ยนมอลล์  จะได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่หลังจากนั้นเชื่อว่าทุกคนคงปรับตัวได้ ในส่วนของบริษัทฯเองถือว่าโชคดีที่ปิดการขายโครงการ”ซิม คอนโด วิภา-ลาดพร้าว”ไปก่อนหน้านี้แล้ว ปัจจุบันราคาปรับขึ้นสูงถึง 120,000 บาท/ตารางเมตร และในเร็วๆจะมีการพัฒนาโครงการใหม่ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้

 

สำหรับอาคารสำนักงานเล้าเป้งง้วน ที่ปัจจุบันมีผู้เช่าเต็มพื้นที่ก็ไม่มีผลกระทบเช่นกัน เพราะเป็นการเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาว กลับเป็นผลดีเพราะเมื่อระบบแมสทรานซิส ก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะทำให้ผู้ที่ทำงานในย่านนี้เดินทางสะดวกสบาย และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับโครงการอีกด้วย แต่ในด้านการบริหารจัดการนั้นขณะนี้อยู่ในระหว่างการวางแนวทางที่จะช่วยเหลือผู้เช่าพื้นที่อาคารสำนักงานในด้านการจัดรถรับ-ส่ง เพื่ออำนวยความสะดวก แต่ยังไม่สามารถสรุปได้

 

“จากปัญหาด้านการจราจร ผมเชื่อว่าจะเกิดเทรนด์ใหม่ขึ้นมา คือพนักงานออฟฟิศจะเข้ามาทำงานที่สำนักงานน้อยลง แต่จะทำงานผ่านระบบออนไลน์หรือออฟฟิศโมบาย(office mobile)มากขึ้น เพราะไม่สามารถรับกับปัญหารถติดได้” นายดลพิวัฒน์ กล่าวในที่สุด

 

ทำเลดีมีความได้เปรียบ

 

สอดคล้องกับ ดร.ชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานกรรมการ บริษัท ซาแลน ดีเวลลอปเมน ผู้พัฒนาโครงการ “The Saint Residences”(เดอะ เซนต์ เรสิเดนเซส) กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวหลายๆโครงการอาจจะประสบปัญหาด้านการสัญจรและการขาย แต่ในส่วนของบริษัทฯกับมองตรงกันข้าม เนื่องด้วยที่ตั้งโครงการอยู่ต้นถนนวิภาวดี จึงไม่ได้รับผลกระทบจากการจราจร ที่ผ่านมายังมีลูกค้าเข้าเยี่ยมชมโครงการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเปิดขายอาคารที่ 2 จากทั้งหมด 3 อาคาร ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 120,000-130,000 บาท/ตารางเมตร ปัจจุบันมียอดขายเกินกว่า 50% ลูกค้าสัดส่วนเกิน 50% เมื่อเห็นโครงการจะตัดสินใจซื้อทันที ขณะที่กลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติบางส่วนทั้งไต้หวัน ฮ่องกง สนใจขอซื้อยกฟลอร์ หรือมากกว่า100 ยูนิต แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้

 

“ในช่วงนี้เรามีการจัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละครั้งที่จัดจะคาดหวังยอดขายประมาณ 50 ยูนิต แต่ที่ผ่านมามักจะมียอดขายที่เกินเป้าทุกครั้ง ส่วนอาคารที่3 คาดว่าจะเปิดการได้ในปลายปี2560 ราคาขายคงไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท/ตารางเมตร”ดร.ชัยณรงค์ กล่าวในที่สุด

 

อนึ่ง โครงการ “The Saint Residences”(เดอะ เซนต์ เรสิเดนเซส) พัฒนาในรูปแบบของคอนโดฯจำนวน 3 อาคาร สูง 41 ชั้น ขนาด 30-134 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 1,537 ยูนิต รวมมูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท ล่าสุดได้เปิดขายอาคารB (Benedict) สูง41 ชั้น ขนาด 30-55 ตารางเมตร ราคา 4.2-9 ล้านบาท หรือราคาเริ่มต้นที่ 130,000 บาท/ตารางเมตร จำนวน 400 ยูนิต มูลค่า 2,000 ล้านบาท

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวบ้าน ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง