ทอสเท็มตอกย้ำผู้เชี่ยวชาญประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมครบวงจร เปิดตัว 2 โปรดักส์ใหม่ ประตูหน้าบ้าน “GIESTA” ดีไซน์ใหม่ 3 รูปแบบ ประยุกต์เทคนิคลายไม้ญี่ปุ่นบนบานเหล็ก พร้อมสีใหม่ เชสต์นัต (Chestnut) และ “ไอเอ็นซิกส์ทีน” (IN16) นวัตกรรมประตูและฉากกั้นภายในดีไซน์บางเฉียบ 16 มิลลิเมตรทั้งบานเลื่อนแขวน เปิด-ปิดได้พร้อมกันสองฝั่ง บานเปิดมีโช๊คประตูฝังพื้น และฉากกั้นห้องแบบเข้ามุม เตรียมเผยโฉมครั้งแรกในงานสถาปนิก’69 เจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มเจ้าของบ้าน-อาคารเชิงพาณิชย์ พร้อมขยายเครือข่าย TOSTEM Studio สู่ภูมิภาคให้ครบ 25 สาขาทั่วประเทศภายในสิ้นปนี้ มุ่งผลักดันรายได้ปี 2569 เติบโต 20%

วิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์ กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่งเทคโนโลยี บริษัทแอล เอช ที เอเซีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมแบรนด์“ทอสเท็ม” (TOSTEM)ภายใต้บริษัท ลิกซิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการขยายผลิตภัณฑ์ TOSTEM ในประเทศไทย โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากนักออกแบบ สถาปนิก และอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ เจ้าของโครงการที่อยู่อาศัย และเจ้าของบ้าน ล่าสุดได้ต่อยอดความเป็นผู้นำนวัตกรรมประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมครบวงจร ด้วยการเปิดตัวโซลูชันกลุ่มประตูภายนอก “GIESTA” และประตูและฉากกั้นภายใน“IN16 Interior Series” รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่เน้นความยืดหยุ่นและความเป็นอยู่ที่ดี โดยจะเปิดตัวครั้งแรกในงานสถาปนิก’69
โดยGIESTA เป็นดีไซน์ใหม่ของประตูเหล็กลายไม้ที่นำเทคนิค ‘Uzukuri’ (อุซุคุริ) หรือการขัดผิวไม้ให้ลวดลายวงปีปรากฏเป็นรอยนูนตามแบบฉบับญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้กับบานประตูเหล็ก เพื่อเน้นลายไม้ให้โดดเด่นและสัมผัสเสมือนไม้จริง มีสีให้เลือกหลากหลาย พร้อมเปิดตัวสีใหม่ Chestnutสีน้ำตาลโทนอบอุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไม้ธรรมชาติ ขับเน้นอาคารให้ดูมีเสน่ห์และลุ่มลึกยิ่งขึ้น โดยยังคงคุณภาพด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงตามมาตรฐานวิศวกรรมญี่ปุ่น พร้อมซีลยาง วงกบแน่นหนาเพื่อลดการรั่วซึมของน้ำและอากาศ มีระบบล็อก 2 ชั้นเพิ่มความปลอดภัย พร้อมด้วยกุญแจแบบ Reversible เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งมีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่
- รุ่น D04 ประตูสไตล์ Japanese Modern เน้นเส้นระแนงแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมมาตีความใหม่ โดยจัดวางเส้นสายให้ต่อเนื่องกันตลอดทั้งบาน สร้างความรู้สึกเรียบหรู แต่ทรงพลังด้วยเอกลักษณ์ที่ชัดเจน
- รุ่นG05 ประตูสไตล์ Soft Contemporary โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งมนที่มอบสัมผัสอบอุ่นเสมือนไม้แท้ พร้อมช่องกระจกเปิดรับแสงธรรมชาติ สร้างบรรยากาศที่นุ่มนวลและเป็นมิตร
- รุ่นC01 ประตูสไตล์ European Classical with Modern Proportion นำการตกแต่งคิ้วแบบยุโรปผสานเข้ากับความโมเดิร์น มอบความสง่างามทั้งภายนอกและภายในบ้าน

ขณะที่ “IN16 Interior Series” ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าประตูและฉากกั้นสำหรับจัดสรรพื้นที่ภายในที่อยู่อาศัยให้เชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ โดดเด่นด้วยเส้นสายที่เพรียวบางของกรอบบานเพียง 16 มิลลลิเมตร ช่วยผสานบรรยากาศจากธรรมชาติภายนอกกับพื้นที่ภายในอย่างกลมกลืน และซ่อนรอยต่อของสกรูไว้อย่างแนบเนียน พร้อมสีให้เลือกถึง 5 สี ทั้ง Natural White, Shine Gray, Autumn Brown, Dusk Gray และ Natural Black ประกอบด้วย
- Synchronized Hanging Doorบานเลื่อนแขวนดีไซน์ใหม่กับฟังก์ชันซินโครไนซ์ที่เปิด-ปิดบานพร้อมกันทั้งสองฝั่งได้อย่างเงียบสนิท นุ่มนวล ด้วยสัมผัสเดียว พร้อมซ่อนระบบรางเพื่อความสบายตา พร้อมโปรไฟล์และมือจับขนาด 16 มิลลิเมตร ประหยัดพื้นที่ ดีไซน์เรียบหรูเข้ากับทุกสไตล์การตกแต่ง
- Swing Door with Floor Spring Hingesบานเปิดพร้อมมีโช๊คประตูฝังพื้น และทนทานในระยะยาว ดีไซน์กลมกลืนกับพื้นที่ ตอบโจทย์งานตกแต่งที่ต้องการความเรียบง่าย
- Corner Type Fixed Divider ฉากกั้นห้องแบบเข้ามุมที่ช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้พื้นที่ภายในบ้าน แบ่งโซนการใช้งานได้อย่างลงตัว พร้อมดีไซน์บางเบา โปร่งโล่ง
โดยทอสเส็มได้จัดโปรโมชันพิเศษให้กับลูกค้าในงานสถาปนิก’69 อาทิ ด้วยการส่วนลด 15% สำหรับสินค้าซีรีส์ GRANTS, ATIS, IN16 เมื่อมัดจำค่าสินค้า 20,000 บาท ภายในงานสถาปนิก’69 เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 และสั่งซื้อสินค้าและติดตั้งภายใน 31 ตุลาคม 2569 ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการขายเท่านั้น
นอกจากนี้บริษัทยังได้ปรับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการชะลอการเปิดโครงการใหม่ ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าโครงการเติบโตชะลอลง บริษัทจึงได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าในตลาดศักยภาพสูงที่ยังคงต้องการโซลูชันที่อยู่อาศัยใหม่ เช่นกลุ่มเจ้าของบ้าน (Retail) ที่กำลังรีโนเวทหรือสร้างบ้านใหม่ และกลุ่มอาคารเชิงพาณิชย์ (Commercial Building) อาทิ โรงแรม รีสอร์ท โรงพยาบาล ร้านอาหาร อาคารสำนักงาน และสถานศึกษา

รวมทั้งยังมุ่งขยายเครือข่ายการให้บริการครอบคลุมพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่และจังหวัดท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงและยังมีช่องว่างในการทำตลาด โดยร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในการพัฒนา TOSTEM Studio ที่บริหารงานโดยตัวแทนจำหน่ายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเปิดพื้นที่ประสบการณ์ให้ลูกค้าได้สัมผัสดีไซน์และนวัตกรรมที่อยู่อาศัยของ TOSTEM ด้วยตนเอง โดยปัจจุบัน TOSTEM Studio เปิดให้บริการแล้ว 18 แห่งทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพฯ ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม อยุธยา พิษณุโลก ชลบุรี อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา สงขลา น่าน เชียงราย เชียงใหม่ และตั้งเป้าจะขยายให้ครบ 25 สาขาภายในปีนี้ เพื่อเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงแบรนด์สู่กลุ่มลูกค้าในทุกภูมิภาค โดยคาดว่าการขยายเครือข่ายในครั้งนี้จะช่วยให้ยอดขายรวมในปี 2569 เติบโตขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา





