แสนสิริ จับมือศุภนิมิตฯ เปิดห้องเรียนผู้รับเหมา มุ่งแก้ปัญหาช่องว่างสิทธิแรงงานข้ามชาติ ผ่านโครงการ “SAFER Work”

บริษัท แสนสิริ จำกัด(มหาชน) ตอกย้ำจุดยืนในการขับเคลื่อนความเสมอภาค สิทธิมนุษยชน และคุณภาพชีวิตของแรงงานก่อสร้าง ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) ภายใต้โครงการ SAFER Work (Strengthening Accountability For Employing and Recruiting Migrant Workers in Thailand) เพื่อยกระดับการจ้างงานที่มีคุณค่าและการสรรหาที่เป็นธรรม ในอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

ปี 2569 ภาคการก่อสร้างไทยยังคงพึ่งพาแรงงานข้ามชาติในสัดส่วนที่สูง โดยข้อมูลจากกรมการจัดหางาน (ไตรมาสที่ 1/2569) ระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ประมาณ 2.25 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานต่างด้าวประมาณ 535,000 คน โดยในไซต์งานก่อสร้างทุกๆ 4 คน จะพบแรงงานต่างด้าว 1 คน แสนสิริในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มองว่า “คุณภาพของที่อยู่อาศัยที่ส่งมอบให้ลูกค้า ต้องเริ่มต้นจากคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ก่อสร้าง” ท่ามกลางบริบทที่แรงงานกลุ่มนี้ยังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเข้าถึงสิทธิแรงงาน การประกันสังคม การดูแลสุขภาพ ความปลอดภัยในการทำงาน ตลอดจนข้อจำกัดด้านภาษา และการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง

สมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริไม่ได้เริ่มทำเรื่องสิทธิแรงงานเพียงชั่วข้ามคืน แต่เรามีรากฐานย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2554 จากการริเริ่มโครงการ “สนับสนุนการไม่ใช้แรงงานเด็กในไซต์งานก่อสร้าง” พร้อมการสร้างพื้นที่ที่เป็นมิตรกับเด็กในแคมป์ก่อสร้าง ประสบการณ์ในช่วงนั้นได้หล่อหลอมความเข้าใจว่า คุณภาพชีวิตของเด็กไม่อาจแยกออกจากสิทธิ สวัสดิการ และความเป็นธรรมที่แรงงานพึงได้รับ และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องแรงงาน สภาพแวดล้อมการทำงาน และอุปสรรคที่แรงงานข้ามชาติต้องเผชิญในประเทศไทย

จากนั้นในปี 2565 แสนสิริและมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จึงได้ร่วมดำเนินโครงการ REACH (Reaching Women Migrant Workers and Their Families in Construction Camps) เพื่อเข้าถึงแรงงานหญิงข้ามชาติและครอบครัวในที่พักแรงงานก่อสร้าง โดยการสนับสนุนจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เริ่มต้นให้ความรู้เรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย อาทิ ค่าจ้าง การทำงานล่วงเวลา ประกันสุขภาพ สิทธิสตรี การป้องกันความรุนแรงทางเพศ อนามัยการเจริญพันธุ์ กลไกการร้องเรียน การเข้าถึงบริการจากภาครัฐ และฝึกทักษะอาชีพเพื่อเสริมความมั่นคงให้กับชีวิตของแรงงานในระยะยาว

จากบทเรียนและผลลัพธ์ของ REACH ซึ่งช่วยให้แรงงานจำนวนมากมีความรู้เรื่องสิทธิมากขึ้น และเข้าถึงข้อมูลและบริการที่จำเป็นมากขึ้น ความร่วมมือจึงได้รับการต่อยอดสู่โครงการ SAFER Work เสริมสร้างความรับผิดชอบในการจ้างงานและสรรหาแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย ที่ได้รับการสนับสนุนต่อเนื่องจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งมุ่งขยายผลจากระดับแรงงานไปสู่ การยกระดับการจ้างงานทั้งห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย

วันนี้ต่อยอดความมุ่งมั่นนั้นสู่โครงการ SAFER Work เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการแค่ “ดูแล” เป็นการ “สร้างระบบ” การจ้างงานที่โปร่งใสและเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน” โดยมีเป้าหมายให้แรงงานหญิงข้ามชาติและครอบครัวใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และชลบุรี ผ่าน 2 กลไกสำคัญ

1. Empowerment (แรงงาน): มุ่งเน้นแรงงานหญิงและครอบครัว ให้เข้าถึงข้อมูลสิทธิ สวัสดิการ การประกันสังคม และอนามัยเจริญพันธุ์ เพื่อลดช่องว่างทางภาษาและความเหลื่อมล้ำ
2. System Change (ผู้รับเหมา): ครั้งแรกกับการเปิด “ห้องเรียนผู้รับเหมา” นำเครื่องมือ Due Diligence Toolkit for Fair Recruitment ของ ILO มาใช้อบรมผู้รับเหมาและผู้รับเหมาช่วง เพื่อสร้าง “นายจ้างสีขาว” ที่

เข้าใจหลักการจ้างงานที่มีคุณค่า (Decent Work) และการสรรหาที่เป็นธรรม รวมทั้งการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้รับเหมา ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ตั้งแต่การสร้างความเข้าใจเรื่องงานที่มีคุณค่า (Decent Work) และการสรรหาแรงงานอย่างเป็นธรรม (Fair Recruitment) ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการแรงงานให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล และสนับสนุนการดำเนินงานด้าน ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) ของภาคธุรกิจก่อสร้างอย่างเป็นรูปธรรม

สาระสำคัญของ SAFER Work ยังสะท้อนแนวคิดที่ว่า การยกระดับสิทธิแรงงานในห่วงโซ่อุปทานไม่ใช่เพียงเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบภายใต้กรอบ ESG และหลักสิทธิมนุษยชนทางธุรกิจ ซึ่งกำลังมีความสำคัญมากขึ้นทั้งในประเทศไทยและระดับสากล

“เราตั้งใจให้โครงการนี้เป็นต้นแบบ เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าเรื่องสิทธิแรงงานข้ามชาติในไซต์ก่อสร้างเป็นประเด็นที่ไม่ควรถูกมองข้าม และควรได้รับความเคารพและความเสมอภาคเช่นเดียวกับแรงงานกลุ่มอื่น การลงนามความร่วมมือและการเดินหน้า SAFER Work จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมระยะสั้น แต่คือการสร้างระบบ สร้างวัฒนธรรม และสร้างมาตรฐานใหม่ ให้กับอุตสาหกรรมก่อสร้าง เพื่อให้แรงงานทุกคน ไม่ว่าจะมาจากที่ใด ได้รับความเป็นธรรมและศักดิ์ศรี ที่พวกเขาสมควรได้รับ แสนสิริในฐานะบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ เราเลือกที่จะ ‘มองลึก’ ลงไปในห่วงโซ่อุปทาน ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การดูแลพนักงานของตัวเอง ความร่วมมือกับมูลนิธิศุภนิมิตฯ ภายใต้โครงการ SAFER Work จึงสะท้อนให้เห็นว่าแสนสิริเข้าใจถึงความยั่งยืนที่แท้จริง ต้องเริ่มจากแรงงานผู้มีบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้าง ปัจจุบันมีแรงงานในโครงการก่อสร้างของแสนสิริที่ผ่านการอบรมจากโครงการนี้รวมแล้ว 698 คน จากเป้าหมายของโครงการฯที่ตั้งไว้ 1,920 คน” สมัชชา กล่าว

สำหรับแสนสิริ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการยืนยันว่าการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ดี ไม่ได้วัดเพียงคุณภาพของที่อยู่อาศัยหรือผลประกอบการทางธุรกิจ หากยังรวมถึงคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความเป็นธรรมของผู้คนที่อยู่เบื้องหลังการก่อสร้างทุกขั้นตอน

ในวันแรงงานแห่งชาติปีนี้ แสนสิริจึงขอร่วมส่งต่อสารสำคัญว่า แรงงานทุกคนคือพลังขับเคลื่อนประเทศ และแรงงานข้ามชาติซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาคก่อสร้างไทย ก็ควรได้รับโอกาส สิทธิ และการคุ้มครองที่เท่าเทียม เพื่อร่วมสร้างสังคมและเศรษฐกิจที่ยั่งยืนไปด้วยกัน

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin PS REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง