- เอพี ไทยแลนด์แจงผลประกอบการไตรมาส 1 ยอดรายได้รวม 10,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% ผลักดันความสำเร็จผ่าน AP CODE – The Code of Living Quality ทำให้พอร์ตแนวราบได้รับการตอบรับและโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง
- เสริมทัพด้วย 2 โครงการใหม่ PLENO ฟิวเจอร์-รังสิต และ PLENO TOWN ธรรมศาสตร์-รังสิต ที่ทำยอดรับรู้รายได้รวมพุ่ง 250 ล้านบาท พร้อมโอน 2 โครงการคอนโดฯใหม่ ASPIRE อิสรภาพ สเตชั่น และ GOOD DAY สุขุมวิท 93
- ไตรมาส 2 เตรียมเปิด 12 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 17,150 ล้านบาท ครอบคลุมบ้านแนวราบ 9 โครงการ คอนโดฯร่วมทุน ‘LIFE สุขุมวิท-พระราม 4’ และบ้าน ‘อภิทาวน์’ อีก 2 โครงการใหม่ที่สระบุรีและหัวหิน
รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในไตรมาส2 นี้บริษัทยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยสินทรัพย์รวม 87,646 ล้านบาท และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ระดับต่ำเพียง 0.64 เท่า พร้อมมียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 39,626 ล้านบาท ณ 30 เมษายน 2569 แบ่งเป็นแนวราบ 18,476 ล้านบาทจะทยอยรับรู้รายได้ตลอดทั้งปี และคอนโดมิเนียม 21,150 ล้านบาทที่เตรียมรับรู้รายได้จาก 5 โครงการใหม่ตลอดปี เพื่อรองรับการเติบโตด้านรายได้ของบริษัทในอนาคตอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกปี2569 ทำได้สูงถึง 10,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 และมีกำไรสุทธิ 903 ล้านบาท พร้อมทั้งยังคงรักษาเสถียรภาพทางการเงินไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E Ratio) ที่ระดับเพียง 0.64 เท่า โดยพอร์ตแนวราบได้รับการตอบรับและโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่องทั้งโครงการ THE PALAZZO กรุงเทพกรีฑา, THE CITY ราชพฤกษ์-พรานนก, CENTRO บางนา, THE CITY บางนา 2 และ CENTRO เพชรเกษม-บางแค โดยเฉพาะ 2 โครงการใหม่ PLENO ฟิวเจอร์-รังสิต และ PLENO TOWN ธรรมศาสตร์-รังสิต ที่ทำยอดรับรู้รายได้รวม 250 ล้านบาท
พร้อมกันนี้บริษัทยังเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการอยู่อาศัยรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิดตัวซีรีส์ Nature Architect ในกลุ่มบ้านเดี่ยวแบรนด์ THE CITY และ CENTRO ที่มุ่งยกระดับ Space Quality ด้วยแนวคิด Natural Intelligence เชื่อมต่อพื้นที่ภายในบ้านเข้ากับธรรมชาติภายนอกอย่างไร้รอยต่อ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบ Hybrid Living ของครอบครัวยุคใหม่ ขณะที่กลุ่มทาวน์โฮมได้เปิดตัว บ้านกลางเมือง สาทร-กัลปพฤกษ์ 2 นำเสนอแนวคิด Foyer House พร้อมฟังก์ชัน Double Height Connected เพิ่มความโปร่งโล่งและสร้างมิติใหม่ของพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน

สำหรับกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะยอดโอนกรรมสิทธิ์ 2 โครงการใหม่ของปีนี้ ได้แก่ ASPIRE อิสรภาพ สเตชั่น และ GOOD DAY สุขุมวิท 93 ที่เริ่มโอนในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สะท้อนภาพชัดเจนว่า ตลาดคอนโดฯยังคงขับเคลื่อนไปได้ หากแบรนด์สามารถส่งมอบสินค้าที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต ควบคู่กับการนำเสนอแพ็กเกจราคาที่เข้าใจและเข้าถึงได้จริง

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เข้มข้น บริษัทยังคงเชื่อมั่นว่า ‘คุณภาพชีวิตที่ดี’ เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคมองหาในการเลือกที่อยู่อาศัย บริษัทดินหน้าพัฒนาสินค้า บริการ และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของผู้คนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด ‘AP CODE – The Code of Living Quality’ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ควบคู่ไปกับการรักษาวินัยทางการเงิน ความสามารถในการแข่งขัน และการส่งมอบความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน
ทั้งนี้บริษัทประเมินว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในวันนี้ไม่ใช่สนามของคนที่วิ่งเร็วที่สุด แต่คือสนามของคนที่เข้าใจ รักษาจังหวะ และยืนระยะได้อย่างแข็งแกร่ง โดยบริษัทจะเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์แบบ Long Game พร้อมรับมือในระยะยาวบนพื้นฐานของยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING เพราะมองเห็นว่าตลาดยังมีเรียลดีมานด์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง แต่เมื่อลูกค้าในบางเซกเมนต์ต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อที่ยากขึ้น บริษัทจึงได้เข้าไปดูแลตั้งแต่ขั้นตอน Pre-Finance เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของบ้านหลังใหม่ได้จริง
สำหรับแผนการดำเนินงานในไตรมาส 2นี้ บริษัทวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่รวม 12 โครงการ มูลค่ากว่า 17,150 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม ประกอบด้วย บ้านแนวราบ 9 โครงการ คอนโดฯร่วมทุน1โครงการ LIFE สุขุมวิท-พระราม 4 และบ้านอภิทาวน์อีก 2 โครงการใหม่ที่สระบุรี และหัวหิน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกเซกเมนต์อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น





