เซ็นทรัลพัฒนาเปิดเกมรุกกรุงเทพฯ ตอนเหนือทุ่มงบ 4.5 พันล้านเตรียมเปิด“เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” โฉมใหม่ย่านรัตนาธิเบศร์3 ก.ค.นี้

โครงการเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ตั้งอยู่บนย่านศักยภาพเชิงพื้นที่ของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งถูกนิยามว่าเป็น “เมืองหลวงของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ” โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วง, สายสีชมพู และสายสีน้ำตาลในอนาคต รวมถึงโครงข่ายถนนและทางด่วนที่เชื่อมโยงภาคเหนือและภาคตะวันตก

นอกจากนี้ยังมีการขยายตัวของเมือง (Urbanization)จากหน่วยงานราชการสำคัญ เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ และกองสลาก ทำให้เกิด “เมืองใหม่” และการขยายตัวของโครงการที่พักอาศัยระดับ High Luxury และโรงเรียนนานาชาติกว่า 140 แห่งในย่านราชพฤกษ์และรัตนาธิเบศร์

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จังหวัดนนทบุรีเป็นเมืองรองรับการเติบโตของกรุงเทพฯทั้งในด้านการขยายตัวเมือง กำลังซื้อ และคุณภาพประชากร ด้วยศักยภาพของ Mega Infrastructure ที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ทำให้นนทบุรีกลายเป็นหนึ่งใน Strategic Growth Area สำคัญของประเทศและเป็นฐานของกลุ่มครอบครัวเมืองกำลังซื้อสูงที่มองหา Quality Living หรือการใช้ชีวิตที่สมดุลระหว่างเมืองและความสะดวก สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดนนทบุรีปี 2566-2570ในการยกระดับสู่การเป็น ‘เมืองน่าอยู่’ (Livable City) ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และต่อยอดสู่การเป็น Smart City ในอนาคต

ด้านความหนาแน่นของประชากรเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร โดยมีประชากรประมาณ 1.8 ล้านบาท และประชากรแฝอีกประมาณ 6-8  แสนคน ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจจังหวัด (GPP) อยู่ในอันดับ 8 ของประเทศ หรือมากกว่า405,296 ล้านบาทต่อปี และมีรายได้เฉลี่ยประชาชนต่อหัวสูงถึง 213,992 บาทต่อคนต่อปี

โครงการเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ คือความสำเร็จก้าวล่าสุดในตระกูล “Ville Series”ของเซ็นทรัล พัฒนา ซึ่งเป็นการพลิกโฉมจากพื้นที่เดิมของห้างเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ สู่ศูนย์การค้าใหม่ภายใต้แนวคิด “Thailand’s First Outdoor Inspired Indoor Shopping Center”  โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ค้าปลีก แต่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต (Lifestyle Hub) ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะ (Well-being), ความยืนยาวของชีวิต (Longevity) และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ (Biophilic Design) เพื่อตอบโจทย์กลุ่มประชากรในจังหวัดนนทบุรีและกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกที่มีกำลังซื้อสูงและมองหาพื้นที่พักผ่อนที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและธรรมชาติอย่างลงตัว โดยมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้

“รัตนาธิเบศร์” ทำเลศักยภาพและประชากรกำลังซื้อสูง

วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนาเชื่อมั่นศักยภาพของนนทบุรีมาตลอด เพราะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในพื้นที่วงแหวนรอบนอก โดยปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลได้เปิดตัวศูนย์การค้าเซ็นทรัลอยู่ในเมืองนนทบุรีถึง 4 สาขา ทั้งเซ็นทรัล เวสต์เกต,เซ็นทรัล เวสต์วิลล์,เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และล่าสุดเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ซึ่งเดิมเป็นห้างเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2546 และเป็นหนึ่งในโปรเจ็กต์มิกซ์ยูสตั้งอยู่บนเนื้อที่  59 ไร่ มีมูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท  โดยตัวศูนย์การค้ามีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 210,000 ตารางเมตร เพื่อตอบสนองประชากรที่หนาแน่นกว่า 1.8 ล้านคน จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ตั้งเป้าแต่ละวันจะมีประชาชนเข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าแห่งนี้ประมาณ 3 หมื่นคน

โดยเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์มีศักยภาพในการเป็น Mega Hub ที่สมบูรณ์และแข็งแกร่งใน 4 มิติหลักได้แก่ Connectivity &amp Transit Hub จุดเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์แบบทั้งรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล และมีถนนสายสำคัญ เช่น ติวานนท์ งามวงศ์วาน ทางด่วนศรีรัช ใกล้มอเตอร์เวย์ M81สายบางใหญ่–กาญจนบุรี มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ทางแยกต่างระดับบางใหญ่ ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างถนนรัตนาธิเบศร์กับถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวน รอบนอกฝั่งตะวันตก) ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคกลาง-ภาคตะวันตก

ขณะเดียวกันยังมีโครงการที่อยู่อาศัยใน Catchment Area กว่า 125 โครงการ มูลค่าตลาดรวมกว่า 90,000 ล้านบาท กว่า 55% เป็นกลุ่ม High-end ถึง ระดับ Luxury Education, Healthcare & Government Hub แวดล้อมด้วยสถาบันการศึกษาชั้นนำและโรงเรียนนานาชาติกว่า 136แห่ง, โรงพยาบาล 18 แห่ง อาทิ เกษมราษฎร์อินเตอร์, นนทเวช และยังมีหน่วยงานสำคัญมากกว่า 15 แห่ง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงพาณิชย์, สำนักงานสลากกินแบ่ง,สำนักงานปปช.

ทั้งนี้กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาได้มองเห็นศักยภาพของพื้นที่ในการเป็น “Center of the Center’”ของนนทบุรี ทำให้เรามั่นใจสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการพัฒนาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เพื่อยกระดับและขยายไลฟ์สไตล์ให้เทียบเท่าใจกลางเมือง โดยทุกขั้นตอนผ่านกระบวนการคิด วางแผน เพื่ออนาคต ภายใต้แนวคิด Longevity และ Long-term Well-being เพื่อสร้างสมดุลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว เป็น Centre of Life ที่รองรับคนทุกเจเนอเรชัน

โดยจากการเจาะลึกข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค (Focus Group)ในพื้นที่รัตนาธิเบศร์ พบว่า ลูกค้าในย่านมีศักยภาพและกำลังซื้อสูงมองหา Urban Lifestyle รูปแบบใหม่และ Recreation Space ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต นอกจากนี้ปัจจุบันคนเมืองยังต้องเผชิญกับสภาวะความเครียดสะสม การขาดเวลาออกกำลังกาย และปัญหามลภาวะ PM2.5 ประกอบกับพื้นที่สีเขียวในจังหวัดที่ลดน้อยลง เซ็นทรัลพัฒนาจึงตั้งใจพัฒนาโครงการนี้ให้เป็น “Green Node” หรือปอดแห่งใหม่ของชุมชน สอดคล้องกับ Global Trends คนเมืองยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญ Green Space, Longevity & Well-being, Social Connectivity และ Multi-generations Lifestyle ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับโครงการระดับโลกอย่าง The Hyundai Seoul เกาหลีใต้ และสนามบินชางฮี สิงคโปร์ ที่มีIndoor Garden ขนาดใหญ่ใจกลางโครงการ

วิวัฒนาการของ “Ville Series”

เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์  ถือเป็นลำดับที่ 4 ของศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลในจังหวัดนนทบุรี และเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโมเดลก่อนหน้าที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2548 และเป็นต้นแบบ Open Air Mall และศูนย์การค้าแห่งแรกที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าได้ (Pet-friendly)  หลังจากนั้นได้มีการพัฒนาต่อยอด   Central Westville เพื่อยกระดับสู่แนวคิด “Carbon Mall” แห่งแรกของประเทศไทย และล่าสุด Central Northvilleได้พัฒนาสู่ “Breakthrough Series” ที่นำธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ปรับอากาศ (Outdoor Inspired Indoor) เน้น Wellness และ Longevity

สำหรับหัวใจสำคัญของ Central Northville คือ การสร้างความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติเพื่อลดความเครียดและส่งเสริมสุขภาพจิต (Mental Health) โดยใช้หลักการ Biophilic Design ผ่าน 5 องค์ประกอบหลัก

  • Plant (พืชพรรณ)การใช้ต้นไม้จริงขนาดใหญ่เพื่อกรองฝุ่นและสร้างอากาศบริสุทธิ์
  • Earth (ดิน/ปฐพี)สะท้อนผ่านโซนสินค้าอุปโภคบริโภคระดับพรีเมียม (Everyday Lifestyle)
  • Stone (หิน)สื่อถึงพลังและความสมดุล เหมาะสมกับโซน Sport และ Fashion
  • Wood (ไม้)สร้างความรู้สึกอบอุ่น เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับวิถีชีวิตในโซน Lifestyle Tech
  • Light (แสง)การใช้แสงธรรมชาติ (Natural Light) เพื่อสร้างบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน

โดยโซนไฮไลท์และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการถูกแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ประชากรทุกกลุ่ม (Multi-Generation) โดยพื้นที่ภายใน (Indoor Highlights) ประกอบด้วย The Clouds สวนป่าในร่ม (Indoor Forest Garden) ขนาดกว่า 500 ตารางเมตร พร้อมประติมากรรมและสายน้ำตกใจกลางศูนย์การค้า,The Hill พื้นที่ Community และ Co-working Space สำหรับการพักผ่อนหรือจัดกิจกรรมขนาดเล็ก,Morning Market โซนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงเช้า รองรับผู้ที่ต้องการซื้ออาหารและสินค้าก่อนเริ่มงาน

ส่วนพื้นที่ภายนอกและไลฟ์สไตล์ (Active & Pet Lifestyle) ประกอบด้วย Playville สนามเด็กเล่นกลางแจ้งขนาดใหญ่ 500 ตารางเมตร  พร้อมพื้นที่เล่นน้ำ,Petview พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงขนาด  200 ตารางเมตร ครบวงจรทั้งที่พัก สวนเล่น และบริการ Grooming & Wellness,Sky Running Track ลู่วิ่งมาตรฐานความยาว 450 เมตร ที่อนุญาตให้นำสุนัขมาวิ่งออกกำลังกายร่วมกับเจ้าของได้ และ Sport Arena พื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ประกอบด้วยหน้าผาจำลอง และสนามโกคาส (Go-kart),อาหารและร้านค้า (Retail & Food) รวมทั้งร้านค้ากว่า 300 แบรนด์ โดย 200% เป็นร้านค้าใหม่ที่ไม่เคยมีในย่านรัตนาธิเบศร์,Food Ville รวบรวมร้านอาหารระดับมิชลินและร้านดังของเมืองนนท์ เช่น ราดหน้าศาลเจ้าพ่อเสือ และTops Food Hall

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET การเคหะแห่งชาติ ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง