ตลาดบ้านมือสองทั่วประเทศทั่วประเทศโตแซงบ้านใหม่ยอดโอนกรรมสิทธิ์ไตรมาส 1 เฉียด5หมื่นยูนิต บ้านเดี่ยวประกาศขายมากที่สุด

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศ ไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองทั่วประเทศจำนวน 48,446 ยูนิต เพิ่มขึ้น 13.8 และมีมูลค่าการโอน 93,335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนพบว่า การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองปรับตัวลดลง ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอน โดยสินค้าบ้านเดี่ยวมีการโอนกรรมสิทธ์ที่อยู่อาศัยมือสองมากที่สุดจำนวน 20,147 ยูนิต มูลค่า 42,115 ล้านบาท

ทั้งนี้หากพิจารณาการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสองตามระดับราคา พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท
มีจำนวน 17,982 ยูนิต ขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธ์ระดับราคา 2.013 ล้านบาท มีมูลค่าการโอนสูงที่สุด 21,243 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนปรับเพิ่มขึ้นเกือบทุกระดับราคา โดยเฉพาะระดับราคา 2.013.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากที่สุดทั้งด้านจำนวนหน่วยและมูลค่า เพิ่มขึ้น 17.9% และ18.2% ตามลำดับ

ส่วนที่อยู่อาศัยมือสองในระดับราคา 7.5110 ล้านบาท มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนลดลง -13.8% และ -13.9% ตามลำดับ ส่วนระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท ปรับตัวลดลงมากที่สุด โดยจำนวนหน่วยการโอนลดลง -18% และมูลค่าลดลง -25.6% ตามลำดับ

ขณะที่จำนวนหน่วยที่ประกาศขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 34.2% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 99.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2568 จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 7.3% แต่มูลค่าลดลงประมาณ -0.3%เท่านั้น โดยทรัพย์ส่วนใหญ่ที่ประกาศขายโดยบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์คิดเป็น 39% ของที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายทั้งหมด สำหรับที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายมากที่สุด คือ บ้านเดี่ยว คิดเป็น 40.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนห้องชุดมีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงสุดทั้งจำนวนและมูลค่า อยู่ที่ 124.6% และ 343.8% ตามลำดับ

ทั้งนี้ราคาเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยมือสองที่มีการประกาศขายอยู่ที่ 4.9 ล้านบาท ขณะที่อุปทานของที่อยู่อาศัยมือสองที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ยังคงเป็นทรัพย์ระดับราคาสูง โดยเฉพาะกลุ่มราคามากกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนหน่วยและมูลค่าเพิ่มขึ้น 143.7% และ164.1% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามโครงสร้างอุปทานตลาดโดยรวมยังคงเป็นทรัพย์ระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนสูงสุด 25.4%

ด้านอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมือสอง พบว่า ในไตรมาส 1 มีจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้น 13.8%และ 7.7% ตามลำดับ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของการโอนกรรมสิทธิ์ทุกประเภท โดยบ้านเดี่ยวมีการโอนกรรมสิทธิ์มากที่สุด คิดเป็น 41.6% ของการโอนทั้งหมด ด้านระดับราคาmuj,uการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบทุกระดับราคา ยกเว้นระดับราคาตั้งแต่ 7.51 ล้านบาทขึ้นไป

ส่วนภาพรวมที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขาย ณ สิ้นไตรมาส 1 มีจำนวน 242,729 ยูนิต เพิ่มขึ้น 34.2% และมีมูลค่า 1,196,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น7.3% แต่มูลค่าลดลง -0.3% ตามลำดับ

ขณะที่กลุ่มผู้ขายทรัพย์มือสองได้มีการเสนอขายเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบุคคลธรรมดาและตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ มีหน่วยประกาศขายและมูลค่ามากที่สุด จำนวน 94,575 ยูนิตมูลค่า 904,140 ล้านบาท

ส่วนกรมบังคับคดีมีหน่วยประกาศขาย 85,689 ยูนิต มูลค่า 139,566 ล้านบาท,สถาบันการเงินเฉพาะกิจ มีหน่วยประกาศขาย 29,216 ยูนิต มูลค่า 50,287 ล้านบาท ,บริษัทบริหารสินทรัพย์ มีหน่วยประกาศขาย 21,591 ยูนิต มูลค่า 57,700 ล้านบาท และธนาคารพาณิชย์ มีหน่วยประกาศขายและมูลค่าน้อยที่สุด จำนวน 11,658 ยูนิต มูลค่า 45,220 ล้านบาท

ด้านประเภทที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายในไตรมาสนี้ พบว่า บ้านเดี่ยวยังคงเป็นที่อยู่อาศัยมือสองที่มีการประกาศขายมากที่สุด ทั้งในด้านจำนวนหน่วยและมูลค่า โดยมีจำนวน 99,279 ยูนิต มูลค่า 533,683 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ ห้องชุด มีจำนวน 70,993 ยูนิต มูลค่า 486,286 ล้านบาท และทาวน์เฮ้าส์จำนวน 63,552 ยูนิต มูลค่า 136,314 ล้านบาท

ทั้งนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนพบว่า ที่อยู่อาศัยมือสองทุกประเภทยังคงมีจำนวนประกาศขายเพิ่มขึ้น โดยห้องชุดเพิ่มขึ้นสูงสุด ทั้งด้านจำนวนหน่วยและมูลค่า รองลงมา ได้แก่ บ้านแฝดและทาวน์เฮ้าส์

ด้านราคาขายที่อยู่อาศัยมือสองที่มีจำนวนประกาศขายมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ระดับราคา 1.01 – 2 ล้านบาท มีจำนวน 67,925 ยูนิต มูลค่ารวม 100,893 ล้านบาท ระดับราคาไม่เกิน 1ล้านบาท มีจำนวน 61,549 ยูนิต มูลค่ารวม 35,715 ล้านบาท และระดับราคา 2.01 – 3ล้านบาท มีจำนวน 35,307 ยูนิต มูลค่า 87,463 ล้านบาท หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า ที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่าในทุกระดับราคา โดยกลุ่มระดับราคามากกว่า 10ล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงสุดทั้งด้านจำนวนหน่วยและมูลค่า

ทั้งนี้หากเทียบที่อยู่อาศัยมือสองที่ประกาศขายทั่วประเทศตามจังหวัด ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี เชียงใหม่ ภูเก็ต ระยอง สุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์ โดยมีมูลค่ารวมกันคิดเป็น 85.4% ของมูลค่าประกาศขายทั้งหมด ด้านอุปทานที่อยู่อาศัยมือสองยังคงมีการประกาศขายมากที่สุดในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยว เช่นเดียวกับไตรมาสก่อน โดยกรุงเทพฯมีที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขายมากที่สุด จำนวน 70,495 ยูนิต มูลค่า 701,250 ล้านบาท  โดยราคาที่ประกาศขายเฉลี่ยต่อหน่วยสูงที่สุดอยู่ที่ 9.9 ล้านบาทต่อยูนิต เพิ่มขึ้นจาก 6.5 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงด้านมูลค่า พบว่า กรุงเทพฯมีมูลค่าประกาศขายเพิ่มขึ้นสูงสุด 234.1% โดยส่วนใหญ่เป็นการประกาศขายห้องชุด รองลงมา ได้แก่ สมุทรปราการ มีมูลค่าประกาศขายเพิ่มขึ้น 76.8% โดยทาวน์เฮ้าส์มีการประกาศขายมากที่สุด และชลบุรี มูลค่าประกาศขายเพิ่มขึ้น 69.2% ห้องชุดมีการประกาศขายมากที่สุด

tag :
AP AssetWise EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง