เราไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่
ที่เพิ่งเข้ามาตามกระแส
แต่เราคือผู้บุกเบิก
และเติบโตร่วมกับคนภูเก็ต
มาตลอดกว่าทศวรรษ
ภูมิชาย มัธยมภพภิญโญ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการภาคใต้ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญในเข้ามาพัฒนาโครงการบนเกาะภูเก็ตที่ แสนสิริ มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 15 ปี สู่ก้าวสำคัญบทใหม่ที่แสนสิริจะเติบโตต่อไปด้วย Sansiri’s 80 Billion Strategic Roadmap 5 ปี ต่อจากนี้ (2569-2573) แสนสิริ จะมีโครงการพอร์ตสะสมในภูเก็ตทะยานสู่ 80,000 ล้านบาท

แสนสิริเป็นผู้บุกเบิกการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ได้ส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพไปแล้วกว่า 21 โครงการ รวม 11,000 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 40,000 ล้านบาท การประกาศโรดแมปครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า แสนสิริ ไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ แต่เป็นพันธมิตรผู้ร่วมเติบโตไปพร้อมกับเมืองภูเก็ต
เปิดไฮไลต์แผนลงทุน 5 ปี (2569–2573) เติบโตเชิงรุกด้วย 30 โครงการใหม่
พอร์ตโครงการใหม่มูลค่า 40,000 ล้านบาท ของแสนสิริ ที่จะพัฒนาตลอด 5 ปี นั้น แบ่งออกเป็น คอนโดมิเนียม 17 โครงการ มูลค่า 25,000 ล้านบาท คิดเป็น 62.5% โครงการแนวราบและพูลวิลล่า 13 โครงการ มูลค่า 15,000 ล้านบาท คิดเป็น 37.5% โดยครึ่งหลังของปี 2569 แสนสิริ จะมีโครงการเปิดใหม่รวม 7 โครงการ มูลค่ารวมเกือบ 10,000 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพ ได้แก่ หาดป่าตอง, สามกอง, เชิงทะเล ซอย 3, ป่าสัก, บางโจ, พรุจำปา และหาดราไวย์ ประกอบด้วย

-
คอนโดมิเนียม 4 โครงการ
หาดป่าตอง: ราคาเริ่มต้น 3.9 – 10.9 ล้านบาท
หาดราไวย์: ราคาเริ่มต้น 4.99 ล้านบาท
สามกอง: ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท
แคนวาซ พาเลท (CANVAZ Palette Cherngtalay) เชิงทะเล ซอย 3 ยูนิต 2 ห้องนอน ราคาเริ่มต้น 8.99 ล้านบาท


-
บ้านแนวราบและพูลวิลลา
เดอะ เทลส์ บางโจ (The Tales Bangjo) ราคาเริ่มต้น 45 ล้านบาท
เดอะ เทลส์ ป่าสัก (The Tales Pasak)
ELSE พรุจำปา จำนวน 8 หลัง ราคาเริ่มต้น 20 ล้านบาท


แสนสิริ ชี้ให้เห็นว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตในปัจจุบันขับเคลื่อนด้วย Real Demand จากกลุ่มผู้ซื้อระดับสากล ไม่ใช่การเก็งกำไรระยะสั้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่ส่งเสริมการเติบโต
- เมกะโปรเจกต์ภาครัฐและเอกชน การขยายสนามบินภูเก็ตเฟส 2 (รองรับผู้โดยสาร 20 ล้านคน), โครงข่ายคมนาคมทางบกมูลค่ากว่า 62,000 ล้านบาท (ทางด่วนและอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง), การทุ่มทุน 137,000 ล้านบาทขยายเซ็นทรัล ภูเก็ต และการยกระดับสู่ Medical Hub ระดับสากล (เช่น รพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ภูเก็ต มูลค่า 4.3 พันล้านบาท)
- ศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ การขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติ ถึง 19 แห่ง รองรับนักเรียนต่างชาติกว่า 5,000 คน อาทิ NLCS Phuket, Glenalmond Phuket International School (GPIS) และ HeadStart
- ผลตอบแทนการลงทุนสูง ย่าน Prime อย่างบางเทาและเชิงทะเล ให้ผลตอบแทนสูงถึง 6.0% – 8.0% ซึ่งชนะเมืองตากอากาศระดับโลกอย่าง แซงต์-โตรเปซ์ (3.0%-4.5%) หรือโมนาโก (1.5%-2.5%) เนื่องจากภูเก็ตมีฤดูกาลท่องเที่ยวที่ยาวนานถึง 10 เดือนต่อปี
- กระจายความเสี่ยงด้วยกลุ่มลูกค้าหลากหลาย สถิติล่าสุดปี 2568 พบว่ากลุ่มผู้ซื้อต่างชาติ 5 อันดับแรกของแสนสิริในภูเก็ต ได้แก่ รัสเซีย 31%, จีน 12%, อิสราเอล 8%, ฝรั่งเศส 7% และอังกฤษ 4% ซึ่งการผสมผสานของกลุ่มอุปสงค์ระดับสากลที่สมดุลนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยขับเคลื่อนยอดขายให้เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนนานาชาติต่อแบรนด์แสนสิริ


แสนสิริ มองภูเก็ตเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักรองจากกรุงเทพฯ โรดแมป 80,000 ล้านบาทนี้ คือ ข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความยั่งยืน และร่วมขับเคลื่อนภูเก็ตสู่การเป็นมหานครระดับโลกอย่างแท้จริง







