โครงการเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ตั้งอยู่บนย่านศักยภาพเชิงพื้นที่ของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งถูกนิยามว่าเป็น “เมืองหลวงของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ” โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วง, สายสีชมพู และสายสีน้ำตาลในอนาคต รวมถึงโครงข่ายถนนและทางด่วนที่เชื่อมโยงภาคเหนือและภาคตะวันตก
นอกจากนี้ยังมีการขยายตัวของเมือง (Urbanization)จากหน่วยงานราชการสำคัญ เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ และกองสลาก ทำให้เกิด “เมืองใหม่” และการขยายตัวของโครงการที่พักอาศัยระดับ High Luxury และโรงเรียนนานาชาติกว่า 140 แห่งในย่านราชพฤกษ์และรัตนาธิเบศร์

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จังหวัดนนทบุรีเป็นเมืองรองรับการเติบโตของกรุงเทพฯทั้งในด้านการขยายตัวเมือง กำลังซื้อ และคุณภาพประชากร ด้วยศักยภาพของ Mega Infrastructure ที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ทำให้นนทบุรีกลายเป็นหนึ่งใน Strategic Growth Area สำคัญของประเทศและเป็นฐานของกลุ่มครอบครัวเมืองกำลังซื้อสูงที่มองหา Quality Living หรือการใช้ชีวิตที่สมดุลระหว่างเมืองและความสะดวก สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดนนทบุรีปี 2566-2570ในการยกระดับสู่การเป็น ‘เมืองน่าอยู่’ (Livable City) ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และต่อยอดสู่การเป็น Smart City ในอนาคต
ด้านความหนาแน่นของประชากรเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร โดยมีประชากรประมาณ 1.8 ล้านบาท และประชากรแฝอีกประมาณ 6-8 แสนคน ส่งผลให้มีมูลค่าเศรษฐกิจจังหวัด (GPP) อยู่ในอันดับ 8 ของประเทศ หรือมากกว่า405,296 ล้านบาทต่อปี และมีรายได้เฉลี่ยประชาชนต่อหัวสูงถึง 213,992 บาทต่อคนต่อปี

โครงการเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ คือความสำเร็จก้าวล่าสุดในตระกูล “Ville Series”ของเซ็นทรัล พัฒนา ซึ่งเป็นการพลิกโฉมจากพื้นที่เดิมของห้างเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ สู่ศูนย์การค้าใหม่ภายใต้แนวคิด “Thailand’s First Outdoor Inspired Indoor Shopping Center” โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ค้าปลีก แต่ถูกวางตำแหน่งให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต (Lifestyle Hub) ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะ (Well-being), ความยืนยาวของชีวิต (Longevity) และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ (Biophilic Design) เพื่อตอบโจทย์กลุ่มประชากรในจังหวัดนนทบุรีและกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตกที่มีกำลังซื้อสูงและมองหาพื้นที่พักผ่อนที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและธรรมชาติอย่างลงตัว โดยมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้
“รัตนาธิเบศร์” ทำเลศักยภาพและประชากรกำลังซื้อสูง
วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานปฏิบัติการ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนาเชื่อมั่นศักยภาพของนนทบุรีมาตลอด เพราะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในพื้นที่วงแหวนรอบนอก โดยปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัลได้เปิดตัวศูนย์การค้าเซ็นทรัลอยู่ในเมืองนนทบุรีถึง 4 สาขา ทั้งเซ็นทรัล เวสต์เกต,เซ็นทรัล เวสต์วิลล์,เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และล่าสุดเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ซึ่งเดิมเป็นห้างเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2546 และเป็นหนึ่งในโปรเจ็กต์มิกซ์ยูสตั้งอยู่บนเนื้อที่ 59 ไร่ มีมูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท โดยตัวศูนย์การค้ามีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 210,000 ตารางเมตร เพื่อตอบสนองประชากรที่หนาแน่นกว่า 1.8 ล้านคน จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ตั้งเป้าแต่ละวันจะมีประชาชนเข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าแห่งนี้ประมาณ 3 หมื่นคน
โดยเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์มีศักยภาพในการเป็น Mega Hub ที่สมบูรณ์และแข็งแกร่งใน 4 มิติหลักได้แก่ Connectivity & Transit Hub จุดเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมที่สมบูรณ์แบบทั้งรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล และมีถนนสายสำคัญ เช่น ติวานนท์ งามวงศ์วาน ทางด่วนศรีรัช ใกล้มอเตอร์เวย์ M81สายบางใหญ่–กาญจนบุรี มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ทางแยกต่างระดับบางใหญ่ ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างถนนรัตนาธิเบศร์กับถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวน รอบนอกฝั่งตะวันตก) ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคกลาง-ภาคตะวันตก
ขณะเดียวกันยังมีโครงการที่อยู่อาศัยใน Catchment Area กว่า 125 โครงการ มูลค่าตลาดรวมกว่า 90,000 ล้านบาท กว่า 55% เป็นกลุ่ม High-end ถึง ระดับ Luxury Education, Healthcare & Government Hub แวดล้อมด้วยสถาบันการศึกษาชั้นนำและโรงเรียนนานาชาติกว่า 136แห่ง, โรงพยาบาล 18 แห่ง อาทิ เกษมราษฎร์อินเตอร์, นนทเวช และยังมีหน่วยงานสำคัญมากกว่า 15 แห่ง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงพาณิชย์, สำนักงานสลากกินแบ่ง,สำนักงานปปช.
ทั้งนี้กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาได้มองเห็นศักยภาพของพื้นที่ในการเป็น “Center of the Center’”ของนนทบุรี ทำให้เรามั่นใจสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการพัฒนาเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ เพื่อยกระดับและขยายไลฟ์สไตล์ให้เทียบเท่าใจกลางเมือง โดยทุกขั้นตอนผ่านกระบวนการคิด วางแผน เพื่ออนาคต ภายใต้แนวคิด Longevity และ Long-term Well-being เพื่อสร้างสมดุลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว เป็น Centre of Life ที่รองรับคนทุกเจเนอเรชัน

โดยจากการเจาะลึกข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค (Focus Group)ในพื้นที่รัตนาธิเบศร์ พบว่า ลูกค้าในย่านมีศักยภาพและกำลังซื้อสูงมองหา Urban Lifestyle รูปแบบใหม่และ Recreation Space ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต นอกจากนี้ปัจจุบันคนเมืองยังต้องเผชิญกับสภาวะความเครียดสะสม การขาดเวลาออกกำลังกาย และปัญหามลภาวะ PM2.5 ประกอบกับพื้นที่สีเขียวในจังหวัดที่ลดน้อยลง เซ็นทรัลพัฒนาจึงตั้งใจพัฒนาโครงการนี้ให้เป็น “Green Node” หรือปอดแห่งใหม่ของชุมชน สอดคล้องกับ Global Trends คนเมืองยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญ Green Space, Longevity & Well-being, Social Connectivity และ Multi-generations Lifestyle ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับโครงการระดับโลกอย่าง The Hyundai Seoul เกาหลีใต้ และสนามบินชางฮี สิงคโปร์ ที่มีIndoor Garden ขนาดใหญ่ใจกลางโครงการ
วิวัฒนาการของ “Ville Series”
เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ถือเป็นลำดับที่ 4 ของศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลในจังหวัดนนทบุรี และเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากโมเดลก่อนหน้าที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2548 และเป็นต้นแบบ Open Air Mall และศูนย์การค้าแห่งแรกที่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าได้ (Pet-friendly) หลังจากนั้นได้มีการพัฒนาต่อยอด Central Westville เพื่อยกระดับสู่แนวคิด “Carbon Mall” แห่งแรกของประเทศไทย และล่าสุด Central Northvilleได้พัฒนาสู่ “Breakthrough Series” ที่นำธรรมชาติเข้าสู่พื้นที่ปรับอากาศ (Outdoor Inspired Indoor) เน้น Wellness และ Longevity
สำหรับหัวใจสำคัญของ Central Northville คือ การสร้างความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติเพื่อลดความเครียดและส่งเสริมสุขภาพจิต (Mental Health) โดยใช้หลักการ Biophilic Design ผ่าน 5 องค์ประกอบหลัก
- Plant (พืชพรรณ)การใช้ต้นไม้จริงขนาดใหญ่เพื่อกรองฝุ่นและสร้างอากาศบริสุทธิ์
- Earth (ดิน/ปฐพี)สะท้อนผ่านโซนสินค้าอุปโภคบริโภคระดับพรีเมียม (Everyday Lifestyle)
- Stone (หิน)สื่อถึงพลังและความสมดุล เหมาะสมกับโซน Sport และ Fashion
- Wood (ไม้)สร้างความรู้สึกอบอุ่น เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับวิถีชีวิตในโซน Lifestyle Tech
- Light (แสง)การใช้แสงธรรมชาติ (Natural Light) เพื่อสร้างบรรยากาศที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน
โดยโซนไฮไลท์และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการถูกแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ประชากรทุกกลุ่ม (Multi-Generation) โดยพื้นที่ภายใน (Indoor Highlights) ประกอบด้วย The Clouds สวนป่าในร่ม (Indoor Forest Garden) ขนาดกว่า 500 ตารางเมตร พร้อมประติมากรรมและสายน้ำตกใจกลางศูนย์การค้า,The Hill พื้นที่ Community และ Co-working Space สำหรับการพักผ่อนหรือจัดกิจกรรมขนาดเล็ก,Morning Market โซนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงเช้า รองรับผู้ที่ต้องการซื้ออาหารและสินค้าก่อนเริ่มงาน

ส่วนพื้นที่ภายนอกและไลฟ์สไตล์ (Active & Pet Lifestyle) ประกอบด้วย Playville สนามเด็กเล่นกลางแจ้งขนาดใหญ่ 500 ตารางเมตร พร้อมพื้นที่เล่นน้ำ,Petview พื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงขนาด 200 ตารางเมตร ครบวงจรทั้งที่พัก สวนเล่น และบริการ Grooming & Wellness,Sky Running Track ลู่วิ่งมาตรฐานความยาว 450 เมตร ที่อนุญาตให้นำสุนัขมาวิ่งออกกำลังกายร่วมกับเจ้าของได้ และ Sport Arena พื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ประกอบด้วยหน้าผาจำลอง และสนามโกคาส (Go-kart),อาหารและร้านค้า (Retail & Food) รวมทั้งร้านค้ากว่า 300 แบรนด์ โดย 200% เป็นร้านค้าใหม่ที่ไม่เคยมีในย่านรัตนาธิเบศร์,Food Ville รวบรวมร้านอาหารระดับมิชลินและร้านดังของเมืองนนท์ เช่น ราดหน้าศาลเจ้าพ่อเสือ และTops Food Hall






