ถอดรหัส TOD กับเทรนด์คนหาบ้าน เลือกที่อยู่อาศัยอย่างไรให้ตอบโจทย์ยุครถไฟฟ้าเชื่อมเมือง

การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเมืองหลวงดึงดูดประชากรให้ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น แนวคิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน หรือ TOD (Transit Oriented Development) จึงถูกนำมาปรับใช้ โดย TOD เป็นแนวคิดระดับโลกในการพัฒนาเมืองควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เน้นพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งสาธารณะที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางภายในระยะเดินเท้าราว 400-800 เมตร กำหนดการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างชุมชนคุณภาพรอบสถานี ส่งเสริมการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะและการเดินทางแบบไม่ใช้เครื่องยนต์ รวมทั้งสร้างเมืองที่เป็นมิตรต่อการเดินและจักรยาน เพื่อบรรเทามลพิษและยกระดับคุณภาพชีวิตประชากรอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันแนวคิด TOD ในไทยมีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม ได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาเมืองกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง (พ.ศ. 2568-2585) เพื่อเป็นกรอบชี้นำการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีที่มีศักยภาพจำนวน 177 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งสถานีรถไฟความเร็วสูง สถานีรถไฟเดิมที่ปรับปรุงเป็นทางคู่ และสถานีตามเส้นทางสายใหม่ เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา สนข. ได้หารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง พ.ศ. …. ครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินการจัดทำร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวให้มีความครอบคลุมและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยจะนำข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการหารือไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฯ ก่อนดำเนินการเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

รถไฟฟ้าตอบโจทย์คนหาบ้านเมืองหลวง “MRT พระราม 9” ยืน 1 ครองใจผู้ซื้อ-ผู้เช่า

นอกจากนี้แนวคิด TOD ยังมีบทบาทสำคัญต่อการจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) โดยกรุงเทพมหานครได้เสนอปรับปรุงเงื่อนไข FAR BONUS หรือสิทธิพิเศษด้านอัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อพื้นที่ดินเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนพัฒนาโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ จากเดิมมีเงื่อนไขที่สอดคล้องกับแนวคิด TOD คือการจัดให้มีที่จอดรถยนต์สำหรับประชาชนทั่วไปโดยรอบสถานีรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ขณะที่ร่างผังเมืองฉบับล่าสุดได้เพิ่มเงื่อนไข FAR BONUS ให้กับภาคเอกชนที่จัดให้มีพื้นที่อำนวยความสะดวกเพื่อเปลี่ยนถ่ายการสัญจรของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยจูงใจให้ภาคเอกชนหันมาพัฒนาโครงการรอบสถานีมากขึ้น

ขณะเดียวกัน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ได้นำแนวคิดการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน ร่วมกับการให้บริการการเดินรถที่มีประสิทธิภาพที่ประเทศญี่ปุ่นมาเป็นต้นแบบในการปรับใช้ในประเทศไทยเช่นกัน โดยจะนำร่องในพื้นที่บริเวณห้วยขวางริมถนนพระราม 9

ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่าทำเลแนวรถไฟฟ้า BTS และ MRT ที่ได้รับความสนใจซื้อ-เช่ามากที่สุดในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 อันดับ 1 ได้แก่ “MRT พระราม 9” ทำเลใจกลางศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) ของกรุงเทพฯ รายล้อมไปด้วยสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ส่งผลให้ที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ได้รับความสนใจทั้งจากผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง และนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วย อันดับ 2 BTS ทองหล่อ, อันดับ 3 BTS อ่อนนุช, อันดับ 4 MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, อันดับ 5 BTS พระโขนง, อันดับ 6 BTS ปุณณวิถี, อันดับ 7 BTS พร้อมพงษ์, อันดับ 8 MRT เพชรบุรี, อันดับ 9 BTS เพลินจิต และอันดับ 10 BTS อุดมสุข

อัปเดต 6 แนวทางเลือกที่อยู่อาศัยตามเทรนด์ TOD ตอบโจทย์มหานครระบบราง 

  1. ทำเลที่ใช่ต้องสอดคล้องวิถีชีวิต ปัจจัยแรกที่ผู้บริโภคควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยแนวรถไฟฟ้า คือเส้นทางที่ตนเองและครอบครัวเดินทางเป็นประจำสามารถใช้รถไฟฟ้าเป็นหลักได้จริงหรือไม่ พร้อมทั้งนำระยะทางจากโครงการที่อยู่อาศัยไปถึงสถานีรถไฟฟ้ามาพิจารณาประกอบว่าสามารถเดินเท้าได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ เพราะหากต้องต่อรถหรือเดินไกลจากสถานีรถไฟฟ้าก็อาจทำให้โครงการที่ดูเหมือนใกล้รถไฟฟ้าในทางทฤษฎีนั้น ไม่สะดวกและไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันได้จริงอย่างที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ ผู้บริโภคควรตั้งโจทย์การเลือกที่อยู่อาศัยให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลแนวรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อการเดินทางได้หลากหลาย หรือต้องการพักอยู่ใกล้ที่ทำงาน หรือใกล้สถานศึกษาเพื่อลดเวลาและความเหนื่อยล้าจากการเดินทางมากกว่ากัน เพื่อช่วยให้สามารถเลือกที่อยู่อาศัยในทำเลที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและตอบโจทย์การเดินทางได้อย่างแท้จริง
  2. เลือกประเภทที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์ ผู้บริโภคควรเลือกประเภทที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ หากต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง ควรพิจารณาบ้านเดี่ยวหรือคอนโดฯ แนวรถไฟฟ้าที่เดินทางในชีวิตประจำวันได้สะดวก มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอกับจำนวนสมาชิกในครอบครัว และอยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้ ส่วนกรณีที่ซื้อเพื่อลงทุนปล่อยเช่า ควรพิจารณาคอนโดฯ ในทำเลแนวรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้แหล่งงานหรือสถานศึกษา ซึ่งมีความต้องการเช่าจากวัยทำงานและนักเรียน/นักศึกษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้หาผู้เช่าได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน คอนโดฯ และบ้านแนวราบในย่านชานเมืองที่มีรถไฟฟ้าพาดผ่านก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด เนื่องจากมีราคาย่อมเยากว่าย่านใจกลางเมืองและยังคงตอบโจทย์การเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกเช่นกัน
  3. เปรียบเทียบราคาและแนวโน้มการเติบโต ผู้บริโภคควรคัดเลือกโครงการที่สนใจประมาณ 3–5 โครงการ มาเปรียบเทียบปัจจัยภายในและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อค้นหาโครงการที่ตอบโจทย์และคุ้มค่ามากที่สุด นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสำคัญด้านการลงทุนที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม คือ ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตร, ความต้องการเช่า, อัตราผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield), ความหนาแน่นของโครงการในย่านนั้น ตลอดจนอัตราการเติบโตของราคาซื้อขายในช่วงที่ผ่านมา เพื่อประเมินศักยภาพและทิศทางการเติบโตของโครงการในอนาคต แม้ผู้บริโภคจะซื้อเพื่ออยู่อาศัยเป็นหลัก แต่การเลือกโครงการที่มีศักยภาพเติบโตสูง ย่อมเพิ่มโอกาสสร้างมูลค่าและต่อยอดเป็นสินทรัพย์ที่คุ้มค่าในระยะยาวได้เช่นกัน
  4. วิเคราะห์ศักยภาพแต่ละสถานี แม้จะอยู่บนรถไฟฟ้าสายเดียวกันแต่สถานีต่าง ๆ อาจมีศักยภาพแตกต่างกัน ผู้บริโภคจึงควรศึกษาข้อมูลว่าสถานีรถไฟฟ้าแต่ละแห่งมีศักยภาพการเติบโตอย่างไรบ้าง โดยสถานีบางประเภทจะมีศักยภาพในการเติบโตสูงกว่าสถานีทั่วไป เช่น เป็นสถานีร่วม (Interchange) ที่เชื่อมต่อหลายสาย มักมีผู้ใช้บริการหนาแน่นมากกว่าสถานีทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ หรือเป็นสถานีที่อยู่ในแผน TOD ที่ภาครัฐจะพัฒนาต่อในอนาคต ไม่ได้เป็นเพียงจุดขึ้น-ลงรถไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับทำเลนั้น ๆ ได้ นอกจากนี้ ผู้บริโภคควรพิจารณาว่าทำเลรอบสถานีมีความเจริญและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันหรือไม่ เช่น อยู่ใกล้ย่านธุรกิจ มีศูนย์การค้า โครงการมิกซ์ยูส แหล่งงาน สถานศึกษา โรงพยาบาล และพื้นที่สีเขียวสาธารณะ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยที่ส่งเสริมให้ความสนใจซื้อ/เช่าและมูลค่าที่อยู่อาศัยรอบสถานีนั้น ๆ มีโอกาสเติบโตมากกว่าสถานีอื่นอย่างชัดเจน
  5. โครงการย่าน New CBD เสิร์ฟความเจริญในราคาที่เอื้อมถึง ปัจจุบันย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) ตามแนวรถไฟฟ้า เช่น พระราม 9-รัชดาภิเษก, ห้วยขวาง, ลาดพร้าว, บางนา ฯลฯ ถือเป็นพื้นที่ที่มีการเติบโตตามแนวคิด TOD ที่น่าสนใจสำหรับคนหาบ้าน เนื่องจากมาพร้อมความเจริญ มีแหล่งงาน สถานศึกษา ศูนย์การค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์มากมาย โดยที่สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าไปยังใจกลางเมืองได้รวดเร็วเช่นกัน จึงถือเป็นทำเลศักยภาพที่น่าจับตามอง นอกจากนี้ทำเล New CBD ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจคือหลายโครงการที่อยู่อาศัยมีราคาที่ย่อมเยากว่าโครงการในทำเลศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ (CBD) เดิม จึงถือเป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่าของคนหาบ้านที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองหรือวางแผนปล่อยเช่าในอนาคต เนื่องจากราคาที่อยู่อาศัยในย่าน New CBD นี้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ในพื้นที่
  6. เกาะติดแผนพัฒนา TOD และร่างผังเมืองกรุงเทพฯ ผู้บริโภคควรติดตามความคืบหน้าของแผน TOD จากภาครัฐ รวมทั้งร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) อย่างใกล้ชิด เนื่องจากแนวทางดังกล่าวมีผลโดยตรงต่อการกำหนดทิศทางการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟฟ้า นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงสีผังเมืองในบางพื้นที่อาจเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ หรือใช้ประโยชน์ที่ดินในรูปแบบใหม่ ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านความเจริญและส่งผลต่อมูลค่าอสังหาฯ ในย่านนั้นโดยตรง การศึกษาข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริโภคเห็นทิศทางการพัฒนาของทำเลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของทำเล และนำมาประกอบการวางแผนเพื่อซื้อหรือลงทุนด้านอสังหาฯ ในอนาคตได้อีกด้วย

อย่างไรก็ดี การพัฒนาเมืองตามแนวคิด TOD จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนและบริหารจัดการอย่างรอบด้าน เพื่อให้เมืองเติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย หากองค์ประกอบเหล่านี้ได้รับการวางแผนและพัฒนาอย่างเหมาะสม TOD จะช่วยยกระดับการเดินทางและการใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างยั่งยืน หัวใจสำคัญที่ผู้บริโภคควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อที่อยู่อาศัยตามแนวคิดนี้ จึงไม่ใช่แค่การมองหาโครงการที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้ามากที่สุด แต่ต้องเลือกให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พีระพงศ์ จรูญเอก ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง