ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เปิดมุมมองการพัฒนาที่อยู่อาศัยผ่านแนวคิด “Design for Life” หลังพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ทั้งการอยู่ร่วมกันของสมาชิกหลายเจเนอเรชัน การทำงานแบบ Hybrid และ Work from Home การเข้าสู่สังคมสูงวัย ตลอดจนกิจกรรมที่มีส่วนร่วมกันภายในบ้านมากขึ้น เพื่อสร้างพื้นที่ให้ยืดหยุ่น ปรับตามช่วงวัย และสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว

ชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN เผยว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคกำลังทำให้ความหมายของคำว่าบ้านเปลี่ยนไป จากเดิมบ้านมีหน้าที่หลักคือการอยู่อาศัย แต่วันนี้พื้นที่เดียวกันอาจเป็นทั้งที่ทำงาน พื้นที่เรียนรู้ พื้นที่ดูแลผู้สูงอายุ พื้นที่ทำกิจกรรมของครอบครัว ด้วยแนวคิด Design for Life ที่เริ่มมองจากการใช้ชีวิตของคนก่อน แล้วจึงนำความต้องการเหล่านั้นกลับมาเป็นโจทย์ในการออกแบบ เพื่อให้บ้านสามารถปรับตัวไปพร้อมกับเจ้าของบ้านในแต่ละช่วงชีวิต

“โดยในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา ลลิลฯ พบการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมในการอยู่อาศัยหลากหลายด้าน โดยเฉพาะครอบครัวแบบ Multi-Generational ที่สมาชิกหลายช่วงวัยใช้ชีวิตร่วมกันมากขึ้น ขณะเดียวกันการทำงานแบบ Hybrid และ Work from Home ก็ปรับให้เป็นพื้นที่ทำงานภายในบ้านที่มีฟังก์ชันตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากขึ้น อาทิ การทำอาหารและเบเกอรี่ การออกกำลังกาย ปลูกต้นไม้ ทำคอนเทนต์หรือไลฟ์สด ส่งผลให้การออกแบบพื้นที่ใช้สอยต้องรองรับกิจกรรมที่หลากหลายภายใต้พื้นที่เดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถูกนำมาพัฒนาเป็น Flexible และ Multifunctional Space อาทิ ห้องอเนกประสงค์ชั้นล่างที่สามารถปรับเป็นห้องทำงาน ห้องเรียน สตูดิโอ รวมถึงการเชื่อมต่อพื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหาร และสวนข้างบ้าน เพื่อรองรับกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว ขณะเดียวกัน หลัก Universal Design ถูกนำมาใช้เพื่อรองรับสังคมสูงวัย ทั้งการจัดวางห้องนอนชั้นล่าง พื้นที่ไร้ระดับต่างหรือ Barrier-Free ห้องน้ำและทางเดินที่รองรับการใช้งานของรถเข็น ตลอดจนการจัดแสงและพื้นที่ใช้งานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของสมาชิกทุกช่วงวัย หัวใจของ Design for Life จึงอยู่ที่การวิเคราะห์กิจกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย เพื่อให้พื้นที่หนึ่งสามารถรองรับการใช้งานหลายรูปแบบและปรับเปลี่ยนได้ตาม Life Stage

นอกจากนี้ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่าน Multi-Flex Room หรือห้องอเนกประสงค์ชั้นล่าง มีองค์ประกอบพื้นฐานไว้รองรับการใช้งานหลากหลาย รวมถึง Open-Plan Connecting Living Area ที่เชื่อมพื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหาร และครัวเข้าด้วยกัน พร้อมเปิดมุมมองสู่พื้นที่สีเขียวข้างบ้าน ได้แก่ กลุ่ม บ้านลลิล The Prestige และ Lanceo CRIB ซึ่งพัฒนาแบบบ้านสไตล์ French Colonial Series พร้อมการจัดสรร 4 ห้องนอน และห้องนอนชั้นล่างที่รองรับแนวคิด Universal Design ขณะที่ Lio นำแนวคิด Flexible Space มาประยุกต์กับทาวน์โฮมในพื้นที่กระชับ ผ่านการออกแบบโถงและพื้นที่ใช้สอยให้สามารถปรับระหว่างโซนทำงาน พักผ่อน และกิจกรรมของครอบครัวได้อย่างคุ้มค่า

ทั้งนี้ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มองว่า “บ้านที่ดี” จะต้องมีทั้งความยืดหยุ่น สุขภาวะ และประสิทธิภาพด้านพลังงาน โดยเตรียมต่อยอด Design for Life ผ่านการพัฒนาระบบพื้นที่และผนังที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ง่ายขึ้น ควบคู่กับแนวคิด Eco-Smarter Living ตั้งแต่การลดความร้อน การหมุนเวียนอากาศ การใช้แสงธรรมชาติ ไปจนถึงการเตรียมระบบรองรับ EV Charger และพลังงานแสงอาทิตย์ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ เพื่อช่วยบริหารค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว แนวคิด Design for Life ยังขยายจากตัวบ้านสู่พื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ผ่าน Inclusive Community Design ที่คำนึงถึงการใช้งานของคนหลากหลายช่วงวัย เพื่อให้พื้นที่ส่วนกลางสามารถเป็นพื้นที่พบปะ ทำกิจกรรม และสร้างความสัมพันธ์ของสมาชิกในชุมชนได้ตลอดช่วงชีวิต

tag :
AP EEC LPN MQDC ORI origin REIC sansiri SC SC ASSET ข่าว ข่าวคอนโด ข่าวอสังหาริมทรัพย์ ข่าวอสังหาฯ คอนโด คอนโดมิเนียม คอนโดฯ จับมือ ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ทาวน์โฮม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) บ้าน บ้านเดี่ยว พฤกษา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ภูเก็ต ศุภาลัย ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ อสังหาฯ ออริจิ้น ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดตัว เอพี (ไทยแลนด์) แสนสิริ แอสเซทไวส์ โครงการ โควิด-19

โพสที่เกี่ยวข้อง