บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) จับมือธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สร้างมาตรฐานใหม่ให้อสังหาฯ ไทย มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ร่วมกัน ภายใต้โครงการต้นแบบองค์กรไร้กระดาษ (Paperless Organization) ที่ได้พัฒนาไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดแสนสิริ เดินหน้าสานต่อโมเดลความยั่งยืน ยกระดับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ สนับสนุน “สินเชื่อสีเขียว” (Green Loan) เพื่อพัฒนา 2 บิ๊กโปรเจกต์คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี ใจกลางกรุงเทพฯในทำเลชิดลมและสุขุมวิท 51 มูลค่าโครงการรวมสูงถึง 13,700 ล้านบาท สะท้อนภาพความยั่งยืนในมิติทางการเงิน (Green Financing) เต็มรูปแบบ
โดยวงเงินสนับสนุน Green Loan จะนำมาใช้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมทำเลชิดลม และ สุขุมวิท 51 ให้เข้ากับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสากล ตั้งแต่การออกแบบที่คำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โครงสร้างฐานราก การเลือกใช้วัสดุลดคาร์บอน (Low-Carbon & Eco-Materials) นวัตกรรมประหยัดพลังงานอัจฉริยะควบคู่กับการออกแบบตามเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน (Building Energy Code) ตลอดจนระบบบริหารจัดการทรัพยากรและการจัดการน้ำครบวงจร การลดของเสีย ไปจนถึงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว
ทั้งนี้ข้อมูลและรายละเอียดในช่วงการออกแบบและพัฒนาโครงการจะได้รับการตรวจสอบ (Validation) โดยผู้ตรวจประเมินอิสระที่มีความเชี่ยวชาญระดับสากล ซึ่งได้ดำเนินการประเมินค่าความเข้มข้นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้งาน (Operational CO2 Intensity) ของโครงการ ที่อ้างอิงหลักเกณฑ์กิจกรรมสีเขียวภาคก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ของ Thailand Taxonomy
อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทยึดมั่นในกลยุทธ์ ESG และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ล่าสุดได้ร่วมมือกับพันธมิตร ธนาคารไทยพาณิชย์ ในการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) เพื่อพัฒนาโครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรีของแสนสิริในทำเลย่านชิดลมและสุขุมวิท 51 ซึ่งจะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย
สารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) ให้แก่แสนสิริเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดฯระดับลักชัวรีทั้ง 2 โครงการ เป็นการสะท้อนบทบาทของธนาคารในการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ตลอดเส้นทางการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน หรือ Trusted Partner for Transition ที่เดินเคียงข้างกลุ่มลูกค้าธุรกิจบนเส้นทางสู่ความยั่งยืน และตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารในการสนับสนุนโครงการที่อยู่อาศัยที่นำนวัตกรรมผสานการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของธนาคารในการสนับสนุนลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ภายในปี 2593





