“อนันดาฯ” เตรียมออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ มูลค่า 1,000 ล้านบาทชูดอกเบี้ย 5 ปีแรก 9.50% ต่อปี ขายผู้ลงทุนสถาบัน-ผู้ลงทุนรายใหญ่แต่งตั้ง 5 สถาบันการเงิน คาดเสนอขาย 3-6 สิงหาคม 2563 นี้

 

ดร. ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำในตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า เปิดเผยว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นข้อมูลขอเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดและมีสิทธิเลื่อนการชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยหุ้นกู้ฯ ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ที่ระดับ BB+ ขณะที่อันดับเครดิตองค์กรอยู่ที่ BBB แนวโน้ม Negative เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเสนอขายหุ้นกู้ฯ ต่อผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ ในวงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ผลตอบแทน 5 ปีแรกอยู่ที่ 9.50% ต่อปี โดยแต่งตั้งสถาบันการเงิน 5 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด เป็นผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ ซึ่งคาดว่าจะเสนอขายในวันที่ 3-6 สิงหาคม 2563นี้

บริษัทฯ เคยออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ มาแล้ว ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ลงทุนสถาบันเป็นอย่างดี ทำให้เรามั่นใจว่า การเสนอขายหุ้นกู้ฯ ในครั้งนี้ จะได้รับความสนใจเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา โดยเฉพาะในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ลงทุนสถาบันที่ต้องการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ในฐานะผู้ออกตราสาร ยังมีความมั่นคงทางด้านการเงิน จากความมุ่งมั่นที่จะรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด โดยบริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 อยู่ที่ระดับ 1.07 เท่า และมีเป้าหมายระยะยาวที่จะดำรงอัตราส่วนดังกล่าวให้อยู่ที่ระดับ 1 เท่า พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังมีการสำรองเงินสดอยู่ในระดับสูงและแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

ทั้งนี้ จากข้อมูลของทริสเรทติ้ง ระบุว่า บริษัทฯ มียอดขายรอการรับรู้รายได้มูลค่า 29,400 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุน)โดยบริษัทฯ จะส่งมอบยอดขายรอการรับรู้รายได้ในโครงการร่วมทุนให้แก่ลูกค้าในช่วงที่เหลือของปี 2563-2565

ดร. ชัยยุทธ ชุณหะชา

ดร.ชัยยุทธ ยังกล่าวว่าแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนมาก โดยเฉพาะยอดขายและยอดโอน หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศเริ่มคลี่คลายลง และมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้ภาพรวมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยสัญญาณดังกล่าวมีแนวโน้มดีขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ที่ยอดการเข้าเยี่ยมชมโครงการของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 300-400 คนต่อวัน จากช่วงก่อนหน้าที่ 100 คนต่อวัน ซึ่งสะท้อนว่ากลุ่มลูกค้ากลับมาให้ความสนใจซื้อที่อยู่อาศัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้ปรับกลยุทธ์การตลาดและเพิ่มการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี และสามารถสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี

ยอดขายในปัจจุบันทำได้แล้ว 7,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 50% ของเป้ายอดขายทั้งปีที่ตั้งไว้ 16,600 ล้านบาท ซึ่งแนวโน้มยอดขายไตรมาส 2/2563 ค่อนข้างดีกว่าที่คาด โดยเฉพาะเดือนเมษายน-พฤษภาคม ที่ทำยอดขายสูงถึง 3,000 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มรายได้ในครึ่งหลังของปี 2563 คาดว่าจะสูงกว่าครึ่งปีแรก โดยช่วงครึ่งปีหลังจะมีการ  โอนคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ทั้งหมด 5 โครงการ ในไตรมาส 3 มีจำนวน 4 โครงการ  ประกอบด้วย Ashton Asoke-Rama 9, Ideo Q Sukhumvit 36 , Ideo Mobi Sukhumvit Eastpoint และ Ideo Ratchada-Sutthisan และไตรมาส 4 จะเริ่มทยอยโอนโครงการ Elio Sathorn-Wutthakat

สำหรับการออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในครั้งนี้ บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้เพื่อชำระคืนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ที่บริษัทฯ ออกเสนอขายไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ซึ่งบริษัทฯ สามารถใช้สิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดเมื่อครบกำหนด 5 ปี ในเดือนสิงหาคม 2563 นี้ ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ไม่ไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดเดิม ในด้านสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หุ้นกู้ชุดดังกล่าวจะไม่ถูกบันทึกเป็นทุนอีกต่อไป บริษัทฯ จึงต้องออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่เพื่อทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิม และจะได้สามารถนับเป็นส่วนของทุนได้ต่อไป

ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับหุ้นกู้ฯ ในครั้งนี้ โดยปีที่ 1 ถึงปีที่ 5 อัตราคงที่อยู่ที่ 9.50% ต่อปี ปีที่ 6-25 เท่ากับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี บวก 8.93% ต่อปี  ปีที่ 26  เป็นต้นไป เท่ากับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี บวก 9.68% ต่อปี ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี จะถูกปรับทุกๆ 5 ปี เพื่อให้สะท้อนกับสภาวะดอกเบี้ยในขณะนั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ของ บมจ. อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ สามารถจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณ 100,000 บาท โดยศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th หรือติดต่อผ่านผู้จัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ,ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ,ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ,ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน),บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

*