Home » Posts Tagged "LTV"

ผู้ประกอบแห่ขนสต๊อกพร้อมโอนจัดแคมเปญกระตุ้นยอดหนีมาตรการLTV

จากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ ในการกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำ หรืออัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value : LTV) สำหรับการผ่อนที่อยู่อาศัยพร้อมกัน 2 หลังขึ้นไป โดยมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2562 ส่งผลให้ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเร่งระบายสต๊อกให้ได้มากที่สุด ซึ่งต่อเนื่องมาถึงต้นปี2562 แล้วยังมีการระบายสต๊อกอีกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย ซึ่งหนีไม่พ้นการมอบส่วนลด ฟรีค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขต่างๆมากมาย   “พฤกษา”สต๊อกเหลือขาย12,000ล้านบาท บริษัท  พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด(มหาชน)หรือ PS ปัจจุบันมีสต๊อกพร้อมโอนจำนวนประมาณ 4,000 ยูนิต จากเกือบ 100 โครงการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งการกระตุ้นยอดขายในขณะนี้ของพฤกษาฯจะใช้วิธีการจัดแคมเปญของแต่ละโครงการ ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขที่หลากหลาย   “ศุภาลัย”ยอดสต๊อกรวม3,200ยูนิต บริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน)หรือ SPALI มีสต๊อกเหลือขายในปัจจุบันประมาณ 3,200 ยูนิต รวม มูลค่า 11,000 ล้านบาท 

SENA  อัดโปร “ลดทะลุพิกัด” ระบายสต็อกบ้าน-คอนโดฯ

SENA เร่งเครื่องระบายสต็อกนำ 18 โครงการบ้าน-คอนโดฯ – Shophouse รวมกว่า 578 ยูนิตรวมมูลค่ากว่า 1,176 ล้านบาท ออกจัดโปรแรงรับปีหมู “ลดทะลุพิกัด” อุ้มกำลังซื้อลูกค้า – ปั้มยอดก่อนมาตรการ LTV – ดอกเบี้ยขาขึ้น มอบสิทธิพิเศษ ดาวน์ 0 บาท กู้ 100% รับส่วนลดเกือบ 1,000,000 ล้านบาท ประเดิมขน 18 โครงการคุณภาพบ้าน – คอนโดพร้อมโอนบนทำเลศักยภาพ ราคาเริ่มต้นที่ 1.2 – 8.2 ล้านบาท   ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยถึงภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี2562 เป็นปีที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์จะต้องปรับตัวกันอีกครั้ง จากหลายปัจจัยภายในและภายนอกที่เกิดขึ้น คาดจะมีผลต่อเศรษฐกิจไทยที่ทำให้กำลังซื้อระดับกลาง – ล่างที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนักได้รับผลกระทบ ประกอบกับกำลังซื้อจากต่างชาติโดยเฉพาะคนจีนที่เคยเข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยเพื่อลงทุนและเก็งกำไรนั้นน่าจะชะลอตัวลงด้วยเช่นกัน

ตามไปดู เรื่องเด่นข้ามปีผลกระทบ “กฎหมาย” กับธุรกิจอสังหาฯ

ปี 2561 เป็นปีที่สถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีหลายประเด็นที่เป็นเรื่องเด่นให้ติดตามมาตลอดทั้ง “ปีจอ” … ทวีความท้าทายยาวมาถึง “ปีกุน” ปี 2562  นั่นคือ “กฎหมาย” หรือ มาตรการ ต่างๆ ที่ทยอยประกาศออกมานั้น ทีมงานของ prop2morrow.com ได้สะท้อนผ่านมุมมองของ “เลิศมงคล วราเวณุชย์” หนึ่งในกูรูทางด้านนี้ในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัท เดวา เรียลเอสเตท จำกัด, นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ นนทบุรี และอุปนายกและเลขาธิการสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ประเมินผลกระทบทั้งในแง่ “บวก” และ “ลบ” กับผู้ประกอบการอสังหาฯ ไทยแตกต่างกันไป ดังนี้   ปรับเกณฑ์ LTV ใหม่ เพิ่มดาวน์ที่อยู่อาศัยสกัดเก่งกำไร … เริ่มจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ได้ออกมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value :LTV) แบบใหม่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไป

“อัลติจูด”เปิดแผนปี62ผุด4โครงการมูลค่ากว่า4พันล้านบาท

อัลติจูดฯเตือนผู้ประกอบการลงทุนเกินตัวอาจรับผลกระทบมาตรการLTV  เปิดแผนปี62 จ่อผุด 4 โครงการใหม่ ครอบคลุม 4 เซกเมนต์ รวมมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ประเดิมที่ดินจากตระกูลเก่า ผุด“อัลติจูด ซิมโฟนี เจริญนคร-สาทร” มูลค่า 980 ล้านบาท พร้อมเปิดพรีเซลไตรมาส1/62 มั่นใจสินค้านตอบโจทย์ สินค้าเพิ่มมูลค่าต่อเนื่อง คาด 3 เดือนแรกฟันยอดขาย 80%     นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์  ‘ALTITUDE’ เปิดเผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาถือเป็นความท้าทายสำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แม้อัตราการขยายตัวปี2560 ที่ผ่านมายังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องซึ่งในสินค้าบางประเภท (Segment) โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมต้องยอมรับว่าจำนวนยูนิตใหม่ (Supply)มากกว่าความต้องการซื้อ (Demand) โดยปัจจุบันมีจำนวนยูนิตใหม่เข้ามาประมาณ 170,000 ยูนิต และมีอัตราการขายได้ 75% ต่อจำนวนยูนิตออกใหม่ทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นโจทย์สำคัญให้ อัลติจูด ต้องพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ทั้งการเลือกทำเล การออกแบบ และพัฒนาสินค้า ให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ที่ได้ศึกษามาแล้วในแต่ละโครงการ   ส่วนมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value :LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)มองว่าไม่เกี่ยวกับว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กหรือรายใหญ่ แต่เกี่ยวกับเซกเมนต์ที่พัฒนาขึ้นมามากกว่า หากเป็นผู้ประกอบการที่มีเม็ดเงินน้อยแต่ลงทุนเกินตัว หรือบริษัทที่พัฒนาที่อยู่อาศัยราคาถูก ก็จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ส่วนกลุ่มที่พัฒนาที่อยู่อาศัยราคาสูงนั้น ไม่มีผลกระทบต่อลูกค้าอย่างแน่นอน เพราะลูกค้ามีกำลังซื้อจริง สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทปี 2562 บริษัทยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนและพัฒนาโครงการใหม่ใจกลางเมืองทั้งแนวราบ และแนวสูง บนขนาดที่ดินไม่ใหญ่มาก เนื่องจากในปัจจุบันที่ดินในเมืองค่อนข้างหายากและจำกัด ซึ่งจะจับกลุ่มตลาดที่มีกำลังซื้อมาก นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เป็นโครงการที่มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการอยู่อาศัยในเมือง ทุกโครงการจะต้องลงสำรวจตลาด ควบคุมไปกับการวิจัย เพื่อให้สามารถเสนอราคาแข่งขันกับคู่แข่งได้ ไปทำเลที่ไม่มีซัพพลายในสินค้าที่จะเข้าทำตลาด คู่แข่งน้อย

“บิ๊กสหกรุ๊ป”แนะปี62ยังเป็นโอกาสการลงทุน ธุรกิจออนไลน์น่าท้าทาย-ภาษีที่ดิน-LTVไม่กระทบ

บิ๊กเครือสหพัฒน์เผยตลาดอสังหาฯเขาใหญ่เริ่มฟื้นตัว หลังชะลอไป2-3 ปี เชื่อหลังการลงทุนเมกกะโปรเจกต์ภาครัฐมีความชัดเจน ส่งผลราคาที่ดิน-อสังหาฯเขาใหญ่ปรับสูงขึ้น ไม่หวั่นภาษีที่ดินฯปรับแผนนำแลนด์แบงก์ปลูกพืชเกษตร ด้านมาตรการLTV ไม่กระทบ ลูกค้ามีกำลังซื้อ จ่ายสดถึง90% แนะทำธุรกิจเหมือนขับรถยนต์ใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ปี62 ยังเป็นโอกาสลงทุน ออนไลน์ยังน่าท้าทาย หลังสานฝันผุดอสังหาฯส่วนตัว “เคนซิงตัน เขาใหญ่”มั่นใจราคาขายถูกกว่าคู่แข่ง ยอดขายรวมเกือบ 100% นายบุญเกียรติ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) หรือ ICC ในเครือบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด(มหาชน) หรือ SPC ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท ทอฝัน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯทำเลเขาใหญ่ว่า ภายหลังจากที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดิน ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย ส่งผลให้กำลังซื้ออสังหาฯและการซื้อ-ขายที่ดินในทำเลเขาใหญ่ชะลอตัวไป2-3 ปี แต่ปัจุบันตลาดเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ผู้ประกอบการรายเล็ก-ใหญ่ มีการซื้อที่ดินนำมาพัฒนาเป็นจำนวนมาก  และยิ่งหากโครงการเมกะโปรเจต์ของภาครัฐที่ขยายมาโซนภาคอีสานมีการก่อสร้างที่ชัดเจน จะทำให้ราคาที่ดินและโครงการอสังหาฯย่านเขาใหญ่ ปรับสูงขึ้อีก แต่ในส่วนของโครงการที่ตนเข้ามาพัฒนาในนามส่วนตัว “เคนซิงตัน

ภาพรวมอสังหาฯรายใหญ่ร่วมทุนพันธมิตรยังเป็นบวก เสริมศักยภาพการเงินไม่ก่อหนี้เพิ่ม

เอเชีย พลัสฯเผยภาพรวมตลาดอสังหาฯไทยยังเป็นบวกเทียบวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่จำเป็นต้องใช้ฐานเงิน การร่วมทุนเป็นทางออกที่ดี เสริมความแกร่งด้านไฟแนนซ์ ไม่ก่อหนี้เพิ่ม พบ 9 เดือนแรก61 ยอดพรีเซลจากโครงการร่วมทุนมูลค่ารวม 40,000 ล้านบาท ตะลึงไตรมาส2/61 พบ 12 ยักษ์อสังหาฯมีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนามูลค่า 510,000 ล้านบาท คาดมาตรการLTVเริ่มพ่นพิษไตรมาส2/62 ซัพพลายใหม่ชะลอตัวแน่   นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด  เปิดเผยถึงแนวโน้มการร่วมลงทุนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ว่า จะมองในเรื่องของเงินทุนเป็นหลัก  เพราะบริษัทอสังหาฯจำเป็นต้องใช้ฐานเงินทุนในการขยายธุรกิจ ดังนั้นช่องทางในการหาโอกาสคือ หาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุน ขณะที่ความต้องการซื้อ(ดีมานด์) ถ้าเจาะกลุ่มคนไทย ทำให้ต้องหาพันธมิตรที่อยู่ต่างประเทศเข้ามาช่วยในการส่งเสริมธุรกิจ ซึ่งการมีพันธมิตร ทำให้ไม่ต้องรับความเสี่ยงเต็มร้อย โดยมองภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นบวก เทียบกับอดีตก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งเป็นลักษณะการก่อหนี้ที่สูง โดยพบว่า อัตราส่วนทางการเงินที่ใช้วัดความเสี่ยงธุรกิจ ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจอยู่ที่ 4-5 เท่า แต่เมื่อวิกฤตเกิดต้มยำกุ้ง อัตราส่วนเพิ่มเป็น 10-11 เท่า แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการที่อยู่รอดมา ก็ยังมีความกังวลเรื่องการก่อหนี้ ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่หาทางเลือกด้วยการหาพันธมิตรในการร่วมลงทุน เช่น บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์

หวั่นอสังหาฯปี62 ขยายตัวในอัตราลดลง จับตากำลังซื้อจีนอาจชะลอตัว

บิ๊กเสนาฯ-ศุภาลัยฯเผยภาพรวมตลาดอสังหาฯปี62 ขยายตัวได้ 5% แต่ในอัตราลดลง ระบุจีดีพี ดีมานด์ต้องการที่อยู่อาศัย การลงทุนภาครัฐ ยังเป็นปัจจัยบวก หวั่นซัพพลายมากเกิน หนี้ครัวเรือน ยังเป็นความเสี่ยง  แนะจับตากำลังซื้อจีนอาจชะลอตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่LTV-แนวโน้มปรับขึ้น กระทบกำลังซื้อ  ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาค รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA  เปิดเผยในงานสัมมนา “ส่องอสังหาฯ 2019 Living for the Future” จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ภายใต้หัวข้อ “Living for the Future”  ณ แกรนด์โฮม บางนา กม.10 ถึงภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2562 คาดว่าจะยังมีการขยายตัวในอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2561 ที่หวือหวามาก โดยมีปัจจัยบวกมากจากอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจ(จีดีพี) ที่ขยายตัวประมาณ 4%, ความต้องการที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากร รวมทั้งการอพยพย้ายถิ่นเข้ามาของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงาน  รวมไปถึงการลงทุนของภาครัฐ เช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ จำนวน 10 สาย

แบงก์-อสังหาฯเสนอธปท.เข้ม LTV บ้านหลังที่ 3-บี้เลื่อนใช้กลางปี 62

แบงก์-อสังหาฯเสนอธปท.ใช้ LTV Limit ที่ 80 % กับสัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสัญญาที่3 ขึ้นไป พร้อมกับขอให้เลื่อนบังคับใช้จากวันที่ 1 มกราคมเป็น 1 กรกฎาคม 2562 แทน เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายปรับตัว ธอส.หวั่นกระทบฐานลูกค้ากลุ่มผู้มีรายได้น้อย และรายได้ปานกลาง เตรียมนำเกณฑ์ใหม่ ธปท.เสนอที่ประชุมบอร์ด 29 ต.ค.นี้  ขณะที่ “อธิป พีชานนท์” ชี้ชัดคนซื้อบ้านจัดสรรคือเรียลดีมานด์ LTV limit ที่ 80 % เป็นยาที่แรง ถ้าไม่ทบทวนคาดกระทบ จีดีพี 1 % จากสัญญาที่สองที่มีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท  แนะธปท.ควรคุมแบงก์ที่ปล่อยกู้โครงการ อย่าแก้ปัญหาที่ปลายเหต ด้าน “อาภา อรรถบูรณ์วงศ์” นายกสมาคมอาคารชุดไทย เสนอยกเว้นพื้นที่ กทม/ปริมณฑล-พื้นที่พิเศษอีอีซี วันนี้ (11 ตุลาคม 2561 )ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ

เปิด 6 ทางออก! อสังหาฯ รองรับเกณฑ์ LTV ใหม่…ลดผลกระทบลูกค้า-ธุรกิจ

เปิด 6 แนวทางแก้ปัญหา LTV ใหม่…ลดผลกระทบลูกค้า-ธุรกิจ หลังมาตรการใหม่เชิงป้องกัน “แบงก์ชาติ” คุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยผ่าน LTV limit ที่ 80% หรือต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 20 % ของมูลค่าหลักประกัน และนับรวมเงินกู้ทุกประเภท จับตา! ผู้ประกอบการต่อรองขยายเวลาปรับตัว…หวั่นกระทบ ยอดขาย-ยอดโอน-โครงการใหม่ปี 2562 เป็นต้นไป   กำลังเป็นเรื่อง Talk of the town ในขณะนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ “แบงก์ชาติ” ผู้คุมกฎให้กับธนาคารและสถาบันการเงิน ที่เห็นอะไรไม่ชอบมาพากลอันจะนำไปสู่ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ และระบบการเงินในอนาคตได้ออกมาตรการเชิง  “ป้องกัน”  นั่นคือ ประกาศการปรับปรุงเกณฑ์ปล่อยกู้อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV : Loan to Value )ไม่เกินระดับ 80 % ((LTV limit 80 %) หรือต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 20 % ของมูลค่าหลักประกัน และปรับเกณฑ์การนับรวมเงินกู้ทุกประเภท

แบงก์ชาติ สกัดเก็งกำไรบ้านหลังที่ 2 ราคามากกว่า 10 ลบ. ต้องดาวน์ 20%

แบงก์ชาติ คลอดเกณฑ์ LTV สกัดเก็งกำไรเพิ่มเงินดาวน์บ้านมากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป และบ้านหลังที่ 2 ต้องดาวน์อย่างน้อย 20% สินเชื่อที่ปล่อยกู้นับรวมสินเชื่อ top-up ทุกประเภทที่อ้างอิงหลักประกันเดียวกัน ต้องไม่เกิน 100% ของหลักประกัน คาดบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562   หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ได้ส่งสัญญาณถึงการเกิดดีมานด์เทียมในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม ทำให้กลายเป็นเรื่องที่ถกเถียงและพูดถึงกันอย่างกว้างขวางของผู้คนในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงินมานานกว่า 2-3 สัปดาห์  ด้วยเพราะ ธปท. เองได้เห็นข้อมูลการปล่อยสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ในลักษณะที่คิดได้ว่า เป็นการผ่อนปรนหลักเกณฑ์ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในหลายๆ เรื่อง ทำให้เกิดเป็นข้อกังวลกันในหลากหลายประเด็น ทั้ง “เงินทอนคอนโดฯ” รวมถึง “การประเมินราคาหลักประกัน” ทั้งนี้ การผ่อนปรนเกณฑ์การให้สินเชื่อต่างๆ อาจนำไปสู่การก่อหนี้เกินตัว ซึ่งในช่วงต้นๆ อาจมองความเสี่ยงไม่ชัดเจน แต่ถ้าสะสมไปเรื่อยๆ ก็จะกลายเป็นความเสี่ยงในที่สุด เพื่อสกัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ล่าสุด (4 ตุลาคม 2561) ธปท.ได้ออกมาตรการ

1/212