เดอะ บานดี้ฯเผยปี65 ยังเป็นปีแห่งความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ คาดมูลค่าตลาดรวมวัสดุก่อสร้างปีนี้โต 3-5% ส่งผลผู้ประกอบการเร่งปรับกลยุทธ์ เพิ่มขีดการแข่งขัน เปิดแผนปีเสือ ชูกลยุทธ์ลุยตลาดแพลตฟอร์ม ออมนิ มาร์เก็ต (Omni Market) ตลาดซื้อ-ขายวัสดุก่อสร้างออนไลน์ อัดโปรโมทด้วยกลยุทธ์ O2O อัพฐานลูกค้าสู่ 3,000 ร้านค้าทั่วประเทศ ขยายฐานลูกค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือตะวันออก เดินหน้าพัฒนาแอปพลิเคชันเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานเพิ่มรายการสินค้าวัสดุก่อสร้าง-ตกแต่งบ้านครบครัน ตอบโจทย์การใช้งานต่อกลุ่มเป้าหมาย ตั้งเป้ามีสินค้าวัสดุก่อสร้างและของใช้เกี่ยวกับบ้าน มากกว่า 40,000 รายการให้ลูกค้าเลือกซื้อ
นายณัฏฐ์นวัต พันธุกรกวีวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ บานดี้ จำกัด ผู้พัฒนา BAANDY แอปพลิเคชัน ซื้อ-ขายวัสดุก่อสร้างครบวงจร สินค้าตกแต่ง ฝีมือคนไทย เปิดเผยว่า ปี 2565 ถือเป็นปีที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก จากปัจจัยสำคัญของการแพร่ระบาด Covid-19 ในประเทศ โดยเฉพาะสายพันธุ์ Omicron ที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเกิดการระบาดระลอกใหม่และครอบคลุมระยะเวลานาน จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจและกำลังซื้อ

ขณะที่ภาพรวมมูลค่าตลาดวัสดุก่อสร้างปี 2565 มองว่าจะเติบโตประมาณ 3-5% จากปีก่อน  แม้ว่าสถานการณ์ Covid-19 จะส่งผลกระทบในปีที่แล้วเป็นอย่างมาก แต่ในปีนี้ประเทศไทยเริ่มรับมือและเข้าถึงวัคซีนมากขึ้น ดังนั้นปัจจัยดังกล่าวทำให้มีดีมานด์ของการใช้จ่ายสูงขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการในธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้างต่างปรับกลยุทธ์สร้างการเติบโต และจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ซึ่งในขณะเดียวกันทำให้ทางฝ่ายผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างหลายรายจำเป็นต้องผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นให้มากเพื่อลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยให้สามารถแข่งขันได้ โดยมองว่าปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ตลาดขยายตัวกว่าปีที่ผ่านมา

โดยปีนี้ BAANDY ตั้งเป้าการเติบโตมากกว่าตลาด เนื่องจาก BAANDY เป็นกลุ่มสตาร์ทอัพด้านบริหารจัดการเทคโนโลยีรูปแบบแพลตฟอร์มทันสมัยให้ลูกค้าซื้อ-ขายสินค้าได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ต้องการความรวดเร็ว สะดวกสบาย ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ประกอบกับประสบการณ์ในการคลุกคลีกับกลุ่มร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างมายาวนาน จึงมีความเข้าใจในพฤติกรรมการเลือกซื้อ  และปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างของผู้บริโภคเป็นอย่างดี

“ในปี 2564 ที่ผ่านมา เราเน้นการลงทุนพัฒนาแฟลตฟอร์ม BAANDY เป็นหลัก หลังการเปิดตัวได้รับกระแสตอบรับที่ดีและมียอดขายรวมกว่า 6,000 รายการ เราจึงมองเห็นโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้ซื้อและผู้ขายที่เปลี่ยนไป ประกอบกับปีที่แล้วเรางดเว้นค่าบริการให้ร้านค้า ไม่เก็บค่าใช้แพลตฟอร์มกับร้านค้าและผู้ประกอบการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ก้าวผ่านวิกฤติสถานการณ์ Covid-19 ไปได้ จึงทำให้มีร้านค้าวัสดุก่อสร้าง และผู้บริโภค ให้ความสนใจหันมาทดลองใช้บริการแพลตฟอร์ม BAANDY มากขึ้น โดยในปี 2565 เตรียมขยายฐานลูกค้าครอบคลุมทุกภาคทั่วประเทศ และตั้งเป้ามีสินค้าวัสดุก่อสร้างและของใช้เกี่ยวกับบ้าน มากกว่า 40,000 รายการให้ลูกค้าเลือกซื้อ”นายณัฏฐ์นวัต กล่าว

สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานในปี 2565 ประกอบด้วย

1.มุ่งเน้นการตลาดเชิงรุก ด้วย ออมนิ มาร์เก็ต (Omni Market) แพลตฟอร์มวัสดุก่อสร้างออนไลน์และแอปพลิเคชันค้าปลีกรายแรกในประเทศไทย พร้อมโปรโมททั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ที่สามารถซื้อ-ขายวัสดุก่อสร้างได้จริงในทุกๆ สินค้า (B2C) ด้วยกลยุทธ์ O2O (Online to Offline) โดยเน้นให้บริการนำระบบดิจิทัลเทคโนโลยีมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ซื้อและผู้ขายวัสดุก่อสร้าง จากการขายสินค้าหน้าร้านปกติที่เป็นออฟไลน์ให้เชื่อมโยงกับการขายออนไลน์ รวมถึงเพิ่มการจัดกิจกรรมการตลาดด้วยรูปแบบสัมมนา จัดอีเวนต์แบบเข้าถึงร้านค้าและผู้ซื้อเพิ่มขึ้น

2.ขยายจำนวนร้านค้าที่อยู่บนแอปพลิเคชันบานดี้ไปสู่เป้าหมายระดับ 3,000 ร้านค้า จากปัจจุบันมีร้านค้าเปิดและพร้อมขายสินค้าแล้วกว่า 900 ร้านค้าในภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะเดียวกันบริษัทจะเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้ง 900 ร้านค้าเดิม ให้สามารถใช้ข้อมูลในระบบฐานปฏิบัติการได้อย่างชำนาญและพร้อมขยายงานได้ในแต่ละรายมากขึ้น เพื่อให้ฝ่ายขายสามารถปิดการขายได้ทั้งระบบออฟไลน์และออนไลน์ได้รวดเร็วขึ้น โดยปีนี้เน้นขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมภาคตะวันออกเป็นหลัก และจะขยายฐานลูกค้าภาคอีสานตอนบน และกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในลำดับต่อไป

3.วางแผนเพิ่มจำนวนรายการสินค้าที่หลากหลาย เป็น 40,000 รายการ จากปัจจุบันมีราว 15,000 รายการ เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง โดยเตรียมเพิ่มสินค้า อาทิ สินค้าเกษตรและอะไหล่ยนต์ จากเดิมมีสินค้าประเภทวัสดุก่อสร้างสำหรับตกแต่ง ซ่อมแซม ต่อเติม, งานโครงสร้าง (เหล็ก หิน ปูน ทราย), กระเบื้อง, อุปกรณ์ช่าง ฮาร์ดแวร์อุปกรณ์งานระบบไฟฟ้า / ประปา, อุปกรณ์ตกแต่งสวน, สุขภัณฑ์, สี / เคมีภัณฑ์ เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

4.พัฒนาแพลตฟอร์มBAANDY Terminal ช่วยร้านค้าวัสดุก่อสร้างบริหารจัดการหน้าร้าน ใช้งานง่ายขึ้น โดยการเชื่อมต่อระบบปฏิบัติการขายหน้าร้านกับระบบการขายออนไลน์ แบบทันท่วงที (Real time) ตลอดจนเสริมทีมบริหารพิเศษเฉพาะเรื่องการสะสมแต้มและเหรียญ BAANDY ในอนาคตอีกด้วย

นายณัฏฐ์นวัต กล่าวต่อว่า ด้วยกลยุทธ์ขยายธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า บริษัทยังวางแผนพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเปลี่ยนแปลงวงการค้าขายวัสดุก่อสร้าง ด้วยกลยุทธ์การเชื่อมโยงระบบออนไลน์ให้กับร้านค้าแต่ละพื้นที่ ด้วยการปรับฐานราคาให้เหมาะสม การเคลียร์ระบบสต็อกเก่าให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น จากระบบออฟไลน์สู่ระบบออนไลน์ได้อย่างเต็มรูปแบบพร้อมกับทำระบบบริหารจัดการหน้าร้านให้สอดคล้องกับปัจจุบัน โฟกัสด้านการขาย ระบบบริหารสต๊อก ระบบบัญชี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของร้านค้าต่างๆ โดยร้านค้าสามารถบริหารหน้าร้านและขายออนไลน์ได้เชื่อมต่อกัน ผ่านระบบปฏิบัติการที่คาดว่าเตรียมเปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 นี้

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

*