Knightsbridge Collage Ramkhamhaeng บนทำเลรถไฟฟ้าสายสีส้มกับตลาดที่รอวันเติบโต

Home » บทความ » Reccomended Article » Knightsbridge Collage Ramkhamhaeng บนทำเลรถไฟฟ้าสายสีส้มกับตลาดที่รอวันเติบโต

Knightsbridge Collage Ramkhamhaeng บนทำเลรถไฟฟ้าสายสีส้มกับตลาดที่รอวันเติบโต

Posted on

คอนโดมิเนียมเปิดขายในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตั้งแต่ปีพ.ศ.2556 – 2560

เส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี เริ่มการก่อสร้างเป็นรูปธรรมในปีพ.ศ.2559 ซึ่งพอความชัดเจนเกิดขึ้นนั้นก็ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมคึกคักตามขึ้นมาทันทีแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายในพื้นที่ตามแนวเส้นทางมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่ในบางทำเลที่ยังไม่ชัดเจนจึงยังไม่มีความเคลื่อนไหวมากนัก แต่เมื่อการก่อสร้างเกิดขึ้นแล้วจึงทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจและขยับลงทุนเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง พื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการนั้นส่วนใหญ่จะยังคงอยู่ในพื้นที่รอบๆ สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ และพื้นที่ตามแนวถนนพระราม 9 ไปจนถึงรามคำแหงตอนต้น ซึ่งมีคอนโดมิเนียมเปิดขายกันหลายโครงการตั้งแต่ปีพ.ศ.2559 เป็นต้นมา

คอนโดมิเนียมรวมทั้งหมดที่เปิดขายในพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มตั้งแต่ปีพ.ศ.2556 เป็นต้นมาอยู่ที่ประมาณ 4,993 ยูนิต โดยจากข้อมูลที่รวบรวมมาจะพบว่ามีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายมากขึ้นในปีพ.ศ.2559 แบบชัดเจนและต่อเนื่องมาจนปัจจุบันอีกทั้งยังมีคอนโดมิเนียมอีกหลายโครงการที่เตรียมตัวจะเปิดขายในช่วงที่เหลือของปีนี้ และเชื่อว่าปีหน้าก็ยังมีอีกหลายโครงการแน่นอน แต่ว่าโครงการส่วนใหญ่จะยังคงอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่สถานีศูนย์วัฒนธรรมไล่ลงไปถึงถนนพระราม 9 และถนนรามคำแหงตอนต้นเท่านั้น เนื่องจากผู้ประกอบการเลือกที่จะเปิดขายโครงการในทำเลที่มีความเป้นชุมชนหรือว่าเป็นทำเลที่เดินเข้าเมืองชั้นในได้สะดวกนั่นเอง ซึ่งโครงการที่เปิดขายก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ได้รับการตอบรับที่ดีมีอัตราการขายสูงถึง 88% มียูนิตเหลือขายไม่มากนัก แต่หลายโครงการที่เปิดขายในช่วงที่ผ่านมานั้นอยู่ที่ในทำเลที่การเดินทางอาจจะลำบากพอสมควร เนื่องจากไม่มีระบบขนส่งสาธารณะและไม่มีความเป็นชุมชนเพื่อรองรับการใช้ชีวิตเลยแม้ว่าโครงการคอนโดมิเนียมเหล่านี้จะยังสร้างไม่เสร็จและมีความเป็นไปได้ที่ชุมชนอาจจะเปลี่ยนแปลงไปแต่ก็ยังต้องรอดูต่อไปในอนาคต

 

 

พื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มที่น่าสนใจทั้งในปัจจุบันและในอนาคตคือ พื้นที่ตามแนวถนนรามคำแหงที่ปัจจุบันหาที่ดินว่างเปล่าได้ค่อนข้างยากเพราะมีการพัฒนาเป็นโครงการรูปแบบต่างๆ มากมายอีกทั้งมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างเดอะมอลล์ 1 – 3 ที่กลุ่มเดอะมอลล์มีแผนจะปรับปรุงศูนย์การค้าของตนเองให้ทันสมัยและรองรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเข้ามาในทำเลนี้ในอนาคต รวมไปถึงมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่อาจจะมีนักศึกษาใหม่ต่อปีมาที่นี่ไม่เหมือนในอดีตแต่ก็ยังคงมีนักศึกษาที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเข้ามาเรียนที่นี่อยู่ต่อเนื่องและทำให้ชุมชนโดยรอบมีพัฒนาการมาตลอดเป็นเวลาหลายสิบปี และเชื่อได้ว่าในอนาคตจะยังมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นอีก อีกทั้งมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญที่อาจจะมีนักศึกษาลดลงเพราะมีการย้ายนักศึกษาไปที่วิทยาเขตบางนาและที่อื่นๆ แต่ก็เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยรามคำแหงที่ยังมีนักศึกษามาที่นี่เช่นเดิม ทั้งสองมหาวิทยาลัยนีสร้างชุมชนโดบรอบให้มีการขยายตัวมาต่อเนื่องถึงปัจจุบัน มีหอพัก อพาร์ทเม้นท์ บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมากมาย ราคาที่ดินก็เริ่มปรับตัวขึ้นมาเรื่อยๆ ยิ่งการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มเดินหน้าชัดเจนและมีกำหนดแล้วเสร็จในปีพ.ศ.2566 แม้ว่ากำหนดแล้วเสร็จจะอีกหลายปีจากปัจจุบันแต่เชื่อได้เลยว่าราคาที่ดินจะปรับเพิ่มขึ้นไปต่อเนื่องแน่นอนจนกว่าจะรถไฟฟ้าเปิดให้บริการรวมไปถึงหลังจากการเปิดให้บริการแล้ว

อย่างที่เกริ่นไปก่อนหน้านี้ว่าพื้นที่ตามแนวถนนรามคำแหงนั้นน่าสนใจทั้งในปัจุบันและในอนาคต เพราะว่าความพร้อมของพื้นที่ และชุมชนโดยรอบ อีกทั้งศักยภาพในปัจจุบันที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ พร้อมแล้วสำหรับการใช้ชีวิต ยิ่งถ้าในอนาคตมีเส้นทางรถไฟฟ้าเข้ามาเติมเต็มเรื่องของการเดินทางยิ่งทำให้ทำเลนี้น่าสนใจแน่นอน ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในทำเลนี้อยู่ในช่วง 70,000 – 80,000 บาทต่อตารางเมตร แต่ในช่วงครึ่งหลังของปีและปีต่อไปราคาขายคอนโดมิเนียมจะเพิ่มขึ้นไปมากกว่าปัจจุบันแน่นอน และยิ่งเมื่อเส้นทางรถไฟฟ้าใกล้จะเสร็จหรือเปิดให้บริการเชื่อว่าราคาขายคอนโดมิเนียมจะสูงไม่แตกต่างจากใน CBD ปัจจุบันแน่นอน เพราะราคาที่ดินในทำเลนี้ปรับเพิ่มขึ้นมามากกว่า 50% หรือมากกว่า 2 เท่าในบางทำเล เพราะรถไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่นพื้นที่รอบๆ สถานีสูนย์วัฒนธธรมน ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 800,000 – 1,000,000 บาทต่อตารางวา ถนนพระราม 9 ประมาณ 200,000 – 400,000 บาทต่อตารางวา และพื้นที่ตามถนนรามคำแหงอยู่ที่ประมาณ 200,000 – 300,000 บาทต่อตารางวาและต่ำหว่านี้ในพื้นที่ที่ไกลออกไป ราคาที่ดินมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปีนับแต่นี้ไป และมีผลต่อราคาขายอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทที่จะเกิดขึ้นบนพื้นที่นี้ในอนาคต ดังนั้น ถ้ามีโอกาสหรือว่าต้องการลงทุนในคอนโดมิเนียมช่วงนี้ถือว่าเหมาะสมที่สุด

KNIGHTSBRIDGE COLLAGE RAMKHAMHAENG  โครงการ Luxury หนึ่งเดียวบนทำเลรามคำแหง

Knightsbridge  นั้นเป็นชื่อของถนนเส้นสำคัญใน LONDON  ที่เรียกว่าเป็น Luxury District  แหล่งรวมของ Luxury Residence , Luxury retail shop และ Shopping Plaza  อย่างห้าง Harrods และ Harvey Nicols

ห้าง Harrods London

ห้าง Harvey Nichols

โครงการ Knightsbridge Collage Ramkhamhaeng  จึงนำเสนอแนวคิดแบบ Classic with Modern twist ถ่ายทอดออกมาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของงานสถาปัตยกรรมอาคาร และ งาน Interior Design ให้ออกมาในแนว Collage Art  ที่ผสมผสานความทันสมัยและคลาสสิคอย่างลงตัว

โครงการ Knightsbridge Collage Ramkhamhaeng  เป็นโครงการ  Knightsbridge ที่ได้รับการร่วมทุนและร่วมพัฒนากับ Nomura Real estate Holding พาร์ทเนอร์รายใหม่ที่สำคัญของออริจิ้น ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมพักอาศัยแบบ High rise มายาวนาน

การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้พักอาศัยได้จริง หรือ การออกแบบด้วยแนวคิด Human Centric design  ซึ่งแนวคิดการพัฒนาการออกแบบ เพื่อโดยคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง เป็นแนวทางในการออกแบบ ที่ทางออริจิ้น ได้ผลักดันและนำมาพัฒนาโครงการใหม่ๆในปีนี้ เรียกว่า Project  หลังๆที่ออกสู่ตลาด มีการทำ Market Research สำรวจและศึกษาพฤติกรรม และวิธีการใช้ชีวิตของผู้พักอาศัย  ความชอบ จนนำมาปรับปรุงให้ Product ดีขึ้นตอบสนองการใช้ชีวิต และการอยู่อาศัยได้ถูกใจลูกค้ามากขึ้น

“เราจึงได้เห็นมาตรฐานความสูงของห้องพักอาศัย Floor to Ceiling  3 เมตร  และ Another home แนวคิดของพื้นที่ส่วนกลางที่ตอบสนองการใช้ชีวิตในคอนโดมิเนียม ให้เหมือนกับการใช้ชีวิตในบ้าน ” 

ทำเลโครงการ Knightsbridge Collage Ramkhamhaeng  ตั้งอยู่บนทำเลติดถนนใหญ่ บริเวณปากซอยรามคำแหง 24  ซึ่งเป็นซอยที่ลัดทะลุออกไปยังถนนศรีนครินทร์ – พระราม9 ได้หากการจราจรหนาแน่นบริเวณถนนรามคำแหง ซึ่งจากที่ตั้งโครงการห่างสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีหัวหมากไปเพียง 100 เมตร นับว่าเป็นทำเลที่ตั้งที่สะดวกมีทางเลือกการเดินทางได้ ค่อนข้างครบ

ที่น่าสนใจคือ ทำเลย่านนี้ ยังมีโครงการคอนโดมิเนียมที่เป็น Luxury  ไม่มาก การมาของ Knightsbridge Collage Ramkhamhaeng ครั้งนี้จึงสร้างสีสันให้กับทำเลย่านรามคำแหง ที่เจริญมายาวนาน และกำลังจะกลับมาเป็นทำเลที่ถูกปรับเปลี่ยนให้มีชีวิตชีวากว่าเดิม  เราจึงได้เห็น ตอนนี้ ภาพโครงสร้างและสภาพแวดล้อมของทำเลก็เริ่มเปลี่ยนไป ร้านค้า ห้างสรรพสินค้าอย่าง เดอะ มอลล์ ราม2  ที่เปิดมากว่า 20 ปี ก็กำลังมีการ renovate  ให้กลายเป็น Mix use  Complex ขนาดใหญ่กว่า 30 ไร่ และทันสมัยมากยิ่งขึ้น ซึ่งทาง The Mall เองมีแผนจากพัฒนาทั้งส่วนของ ย่านรามคำแหง และ ย่านบางกะปิ ให้เป็น  Shopping district เทียบชั้นใจกลางเมืองกรุงเทพเลยทีเดียว

แผนปรับปรุง The Mall ราม2

 

Knightsbridge Collage Ramkhamhaeng เหมาะกับใคร 

โครงการคอนโดมิเนียม ในโซนรามคำแหงตอนกลาง ในตลาดที่ผ่านมายังมีการเปิดตัวใหม่ๆน้อยมาก และยังไม่เป็นโครงการไหนเปิดตัวด้วยรูปแบบโครงการแบบ Luxury   จึงเห็นว่า Knightsbridge Collage Ramkhamhaeng  นีั้มาสร้างสีสันให้กับทำเลรามคำแหงตอนกลางนี้มากทีเดียว

การซื้อลงทุนในระยะสั้น  อาจจะยังไม่เห็นได้อย่างชัดเจน ด้วยตลาดย่านนี้กลุ่มลูกค้า ยังไม่คุ้นเคยกับการซื้อลงทุนคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเก็งกำไรมากนัก  และโครงสร้างทางกายภาพของทำเลก็ยังเป็นทำเลที่รอวันเสร็จสมบูรณ์ จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และ การ Renovate ห้าง The Mall รามคำแหง 2

การซื้อเพื่อเป็นไว้เป็นการลงทุนในระยะยาว   เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ  ถ้าคุณเป็นคนที่มีเงินเย็นพอที่จะซื้อเก็บและรอการปรับราคาขึ้นในอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มที่ดี ด้วยรามคำแหงตอนกลางเอง ณ ตอนนี้ไม่ค่อยมีโครงการเปิดใหม่มากนัก  ซึ่งที่ผ่านมาตลาดมุ่งไปกันทางถนนรามคำแหงตอนต้น ที่ตัดพระราม 9 กันซะมาก และอย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่า โครงการแบบ Luxury  ณ ตอนนี้ ไม่มีเปิดมากนัก และทำเลโครงการที่ติดถนนใหญ่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มสถานีหัวหมากเพียง 100 เมตร  ที่น่าสนใจคือ แนวโน้มของรถไฟฟ้าสายสีส้มนี้ เป็นสายที่มีความสำคัญ ไม่ใช่เป็นแค่สาย Feeder  แต่เป็นสายที่วิ่งผ่าเข้าใจกลางเมือง จึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ ที่ดินและโครงการที่ขึ้นแนวรถไฟฟ้าสายนี้ มีโอกาสเติบโตได้ไม่ต่างจากสายสีเขียวและสีน้ำเงินในปัจจุบัน

มุมมองด้านการซื้อเพื่ออยู่อาศัย  ครั้งแรกที่เห็นรูปแบบโครงการแล้วรู้สึกได้เลยว่า นี่คือรูปแบบโครงการที่น่าอยู่ทั้ง Concept การออกแบบใน Style Collage Art  ที่มีความคลาสสิค ไร้กาลเวลา ไม่ Modern จนเกินไปทำให้ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไรก็ยังเข้าได้กับทุกยุคสมัย  สิ่งที่ออริจิ้นและ Nomura ช่วยกันผลักดันคือการสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อการอยู่อาศัยและใช้งานได้จริงๆ ในแนวคิดการออกแบบ Human Centric นี่ก็เป็นปัจจัยที่มั่นใจได้ว่าจะทำให้ผู้ที่ซื้อเพื่อต้องการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ สะดวกสบายเหมือนที่ได้ระบจากการอยู่อาศัยในบ้าน และห้องที่เพดานสูง 3 เมตรไม่ได้มีมากนักในตลาด ถ้าได้ลองเห็นห้องตัวอย่างจริงๆคุณจะรับรู้ได้ถึงความแตกต่างจากคอนโดมิเนียมทั่วๆไป ในตารางเมตรที่เท่ากัน

ห้องตัวอย่างพร้อมเปิดให้เข้าชมแล้วที่สำนักงานขายโครงการ บริเวณปากซอยรามคำแหง 24  ก่อนที่โครงการเตรียมเปิด Presale  ในงาน My life My Origin  ที่ สยามพารากอน ในวันที่ 16-17  กันยายน นี้  สนใจโครงการ ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารและสิทธิ์พิเศษ ล่วงหน้าได้ที่  https://goo.gl/F2zvoD   ครับ

Comments

comments