Home » ข่าว » Archive by Category "ข่าวธุรกิจอสังหาฯ"

โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินก่อสร้างคืบกว่า 99%

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม “ไพรินทร์ ชูโชติถาวร”ตรวจความก้าวหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค และ ช่วงเตาปูน – ท่าพระ ณ ปัจจุบันก่อสร้างคืบหน้าร้อยละ 99.26 มั่นใจบริการเดินรถระยะที่ 1 ช่วงหัวลำโพง-บางแค ภายในเดือนกันยายน 2562 ขณะที่ ระยะที่ 2 การเปิดเดินรถ ช่วงเตาปูน-ท่าพระ ภายในเดือนมีนาคม 2563   นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย ช่วงหัวลำโพง – บางแค และ ช่วงเตาปูน – ท่าพระ ในวันที่ 10 สิงหาคม 2561 โดยมี นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และคณะผู้บริหาร รฟม. ให้การต้อนรับ และรายงานความคืบหน้าโครงการฯ ณ สถานีรถไฟฟ้าท่าพระ กรุงเทพฯ

“คมนาคม” โชว์ผลงาน 4 ปี เดินหน้า 21 โครงการรวมมูลค่า 1 ล้านล้านบาท

กระทรวงคมนาคม โชว์ผลงาน 4 ปี เดินหน้า 21 โครงการรวมมูลค่า 1 ล้านล้านบาทจากทั้งหมด 44 โครงการรวมมูลค่าลงทุนกว่า 2 ล้านล้านบาท  “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ”เผยการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานช่วยดันจีดีพีในประเทศโต พร้อมเร่งเครื่องเข็นเมกะโปรเจ็คท์ที่เหลือ 10 % เข้าประมูลให้หมดในปีนี้   วันนี้ (13 กรกฎาคม 2561) กระทรวงคมนาคมได้จัดนิทรรศการและการเสวนาสร้างการรับรู้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย  ระยะ 20 ปี และยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558 – 2565  ครั้งที่ 1 ภายใต้ชื่อ “One Transport for All 2018 : On the Move” โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีเปิดงานพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “คมนาคม 4 ปี+อนาคต คนไทยได้อะไร?” ว่าการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานั้น

บีทีเอส-ซีพี-อิตาเลียนไทย -เครือปตท.ซื้อซองไฮสปีดเทรน

วันแรกเอกชน 7 รายแห่ซื้อซองเอกสาร โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินคึกคัก   วันนี้ (18 มิ.ย.2561) เป็นวันแรกที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ทำการขายซองเอกสารโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าซื้อซองเอกสาร (TOR)ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อซื้อซองเอกสารได้ตั้งแต่เวลา 9.00-12.00 น.และ 13.00-15.00 น. ณ ห้องประชุมฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง ราคาซองละ 1 ล้านบาท (หนึ่งล้านบาท)   สำหรับวันนี้มีเอกชนที่สนใจซื้อเอกสารโครงการถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันแรกเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นทั้งเอกชนชาวไทยและต่างประเทศจำนวน 7 ราย ประกอบด้วย  1) บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) 2) บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด 

เปิดแผน… “บางซื่อ” ศูนย์กลางโลจิสติกส์อาเซียน

แผนพัฒนาสถานีกลางบางซื่อคืบ รมว.คมนาคม “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ”แจงภายในพื้นที่ 2,325 ไร่ ของศูนย์คมนาคมพหลโยธินและสถานีกลางบางซื่อคือ “ทำเลทองของการพัฒนา” ทั้ง ด้านพาณิชยกรรม การค้าการบริการ สำนักงานและศูนย์การค้า ส่วนที่อยู่อาศัย เตรียมเปิดประมูลพื้นที่โซน A สถานีกลางบางซื่อปลายปี 2561 หลังคณะกรรมการ PPPให้ความเห็นชอบ   นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวปาฐกถาในในงานสัมมนา BANGKOK’s New Center สถานีกลางบางซื่อ : พลิกโฉมมหานครกรุงเทพ จัดโดย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ  ว่า ในอนาคตสถานีกลางบางซื่อจะเป็นศูนย์กลางการเดินทางของประเทศ เชื่อต่อกรุงเทพมหานคร(กทม.)กับพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก (EEC) และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ เช่น ลาว จีน และมาเลเซีย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ นอกจากนี้สถานีกลางบางซื่อ ยังสามารถเสริมศักยภาพการพัฒนา ด้วยการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์คมนาคมพหลโยธินกับศูนย์คมนาคมมักกะสัน โดยเชื่อมโยงกับพื้นที่การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเสษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อพลิกโฉมกรุงเทพฯให้เป็น “มหานครระบบราง”

“ปาร์คพลัส” ดันธุรกิจที่จอดรถสู่ตลาดอาเซียน – ตั้งเป้าขายปีนี้ที่ 1,000 ล้านบาท

ปาร์คพลัส  เร่งสปีดทำตลาดในประทศควบคู่ไปกับขยายธุรกิจเข้าตลาดอาเซียน เตรียมร่วมทุนกับพันธมิตรเกาหลี ตั้งโรงงานในไทยบนเนื้อที่ 5,000 ไร่ย่าน บางนา-ตราด เริ่มเฟสแรกในปี 2562 พร้อมตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้กว่า 1,000 ล้านบาทจากมูลค่าตลาดรวมที่มีกว่า 1 หมื่นล้านบาท นายอภิราม สีตกะลิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปาร์คพลัส จำกัดให้บริการเครื่องจอดรถแบบครบวงจร ทั้งจำหน่ายและติดตั้งเครื่องจอดรถอัตโนมัติ ระบบจอดรถ ลิฟท์จอดรถ และล่าสุดได้เป็นผู้แทนจำนหน่ายเครื่องจอดรถ หุ่นยนต์จอดรถอัจฉริยะ Duo Robot Automatic Parking จากประเทศเกาหลี เปิดเผยว่า จากการที่ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมหันมานิยมออกแบบและหันมาติดตั้งเครื่องจอดรถอัตโนมัติ ส่งผลให้ภาพรวมตลาดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเติบโตทุกปีๆละ 400-500 % โดยมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท เครื่องจอดรถ หุ่นยนต์จอดรถอัจฉริยะ Duo Robot Automatic Parking ในส่วนของบริษัทฯนั้นวางแผนรุกตลาดอย่างเต็มที่ทั้งในประเทศและขยายธุรกิจเข้าตลาดอาเซียน ที่ยอมรับว่าทั้งสองตลาดได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป้าหมายมีอัตราการเติบโตด้านยอดขายและจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตลอด โดยบริษัทฯสามารถทำยอดขายในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2561 แล้ว 500 ล้านบาทจากทั้งปีตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท

รมว.คมนาคม“อาคม” เตรียมชงแผนรถไฟฟ้าM-MAP2 ให้ครม.รับหลักการภายในปีนี้ 

สนข.ร่วมมือ JICA ศึกษาและจะเสนอทิทางนโยบายการจัดทำแผนแม่บทรถไฟฟ้า ระยะที่ 2 (M-MAP 2 )  พร้อมเสนอให้ครม.รับหลักการภายในปีนี้    การจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะ 2 (M-MAP 2) ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560  ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80 % ล่าสุดวันนี้(30 เม.ย. 2561)  กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรหรือสนข. ร่วมมือกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศองญี่ปุ่น หรือไจก้า (JICA)จัดสัมมนา “The Blueprint for the 2nd Bangkok Mass Rapid Transit Master Plan  (M-MAP 2)” เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมกันเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ (ร่าง) ทิศทางนโยบายการจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะ 2 (M-MAP 2) โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

“ไอคอนสยาม”ทุ่ม700ล้านเปิดโซน”สุขสยาม” มั่นใจเปิดบริการต.ค.61ตามแผน

สยามพิวรรธน์เผย”ไอคอนสยาม”ก่อสร้างคืบหน้าแล้ว85%พร้อมเปิดตัวตามกำหนดต.ค.61นี้ ล่าสุดทุ่มงบ 700 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร บริเวณชั้นG ให้เป็นเมืองมหัศจรรย์แห่งวิถีไทย  “สุขสยาม” คาดสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้ามาได้ 21.9 ล้านคน/ปี      นางชฎาทิพ จูตระกูล บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการไอคอนสยาม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการ โดยการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 85% และได้ส่งมอบพื้นที่เช่าให้กับบรรดาผู้เช่าเริ่มเข้ามาทำการตกแต่งแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการในช่วงหลังกลางเดือนตุลาคม 2561 นี้ ซึ่งโครงการไอคอนสยามมีพื้นที่ภายในอาคารรวมกว่า 750,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยศูนย์การค้าหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 2 อาคารคอนโดมิเนียมสุดหรูริมฝั่งแม่น้ำ 2 อาคาร สูง 70 ชั้น และ 52ชั้น โดยหนึ่งในคอนโดมิเนียมดังกล่าวอยู่ภายใต้แบรนด์แมนดาริน โอเรียนเต็ล   “โครงการไอคอนสยามถูกพัฒนาโดยกลุ่มธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของประเทศไทย 3 กลุ่ม ได้แก่ สยามพิวรรธน์,แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่ล และเครือเจริญโภคภัณฑ์  มูลค่าโครงการ 5,400 ล้านบาท โดยมีวิสัยทัศน์ของโครงการไอคอนสยามเป็นการพัฒนาศูนย์การค้าปลีกร่วมกันอย่างยั่งยืน (Co-creation) เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศของการค้าปลีกใหม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งทุกคนจะมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกันตลอดไปและสร้างให้เกิดประโยชน์ที่กระจายไปสู่ทุกคน”นางชฎาทิพ กล่าว     นางชฎาทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดในส่วนของชั้นล่างสุดหรือชั้น G ของไอคอนสยาม ได้จัดสรรพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 10 ไร่ ให้เป็นเมืองมหัศจรรย์แห่งวิถีไทยโดยใช้ชื่อว่า “สุขสยาม” ด้วยงบการลงทุน 700 ล้านบาท  นำเสนอผลิตภัณฑ์และผลงานสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาไทย งานศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมของแท้จาก 77จังหวัดทั่วประเทศไทย ไว้ในพื้นที่เดียวกัน โดยการนำเสนอในรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ บันเทิงสร้างสรรค์   “การเนรมิตพื้นที่ชั้นล่างของโครงการไปคอนสยามให้เป็นสุขสยาม ซึ่งเป็น 1 ใน 7 มหัศจรรย์ของโครงการไอคอนสยาม ถือเป็นการเดินหน้าสานต่อพันธกิจที่มีมาตลอดเกือบ 60 ปีของสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย ที่นำเสนอปรากฏการณ์แปลกใหม่ให้แก่วงการค้าปลีกของประเทศไทยที่สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าเสมอ”นางชฎาทิพย์กล่าว   ด้านนายชยะพงส์ นะวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการสุขสยาม กล่าวว่า โครงการสุขสยามจะช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถนำเสนอสินค้าได้ตลอด 365 วัน อีกทั้งจะช่วยด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆ ผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรและชาวบ้าน รวมถึงการสนับสนุนในการเรียนรู้กลไกการค้าปลีกและค้าส่ง สู่ต่างประเทศ การตลาดในรูปแบบใหม่อย่างครบวงจร (Omni Channel) อันเป็นการดำเนินธุรกิจในกลไกของระบบนิเวศการค้าที่มีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ ในการนำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วยร้านค้าและบริการหลากหลายมากกว่า 3,000 ผู้ประกอบการรายย่อย คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้ามาได้ 21.9 ล้านคน/ปี   “ล่าสุดเราได้ทุ่มงบประมาณ 25 ล้านบาท ในการจำลองบรรยากาศ”สุขสยาม”อย่างยิ่งใหญ่ในโดมขนาดยักษ์ สูง 8เมตร ยาว 22 เมตร โดยเป็นครั้งแรกในโลก ที่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์แอลอีดี (Lazer LED) ระดับ 8K ฉายภาพแบบ 360องศา  ใน Double Dome มอบประสบการณ์การรับชมที่สมจริงให้ความคมชัดมากที่สุดในโลก มากกว่าระบบ IMAX ถึง 4 เท่านอกจากนั้น มีการออกร้านโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผลงานต้นตำรับตัวจริง อีกด้วย ทั้งอาหาร หัตถกรรมงานฝีมือ ศิลปะการแสดงการละเล่นจากท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ โดยกิจกรรมการเปิดตัวสุขสยามเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 – 8 เมษายน 2561 วันละ 6รอบ ระหว่างเวลา 10.00-22.00น.”นายชยะพงส์ กล่าว    

โฮมบายเออร์กรุ๊ป ร่วมกับ คณะวิศวกรรมฯ จุฬาฯ เปิดตัว “Chula-Home Dot Tech”

โฮมบายเออร์กรุ๊ป ร่วมกับ คณะวิศวกรรมฯ จุฬาฯ เปิดตัว “Chula-Home Dot Tech”นำเทคโนโลยี Data Science & Machine Learning พัฒนา Prop Tech ตอบโจทย์อสังหาฯ ครบวงจรครั้งแรกของไทย วันนี้ (4 เมษายน 2561 ) โฮมบายเออร์กรุ๊ปจับมือคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผสานจุดแข็งเปิดตัว “Chula-Home Dot Tech” ดึง Data Science & Machine Learning ปั้น Prop Tech พลิกโฉมอสังหาฯ ตอบโจทย์ผู้บริโภค-ภาคธุรกิจและพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษา เตรียมเปิดแอปพลิเคชัน “Home Hop” นวัตกรรมค้นหาที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย   การร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี โดยทางคณะฯจะดำเนินการทางด้านวิชาการผ่านงานโครงการวิจัยที่มีงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท   รศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดี

สนข.เผยความคืบหน้าการพัฒนาระบบเครือข่ายโลจิสติกส์

สนข.เผยความคืบหน้าการพัฒนาระบบเครือข่ายโลจิสติกส์รองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษรูปแบบอุตสาหกรรมอนาคต Super Cluster และประตูการค้าสำคัญของประเทศ รวมทั้งสิ้น 128 โครงการ วงเงินงบประมาณกว่า 690,000 ล้านบาท   รัฐบาลได้กำหนดนโยบายการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 นโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engines of Growth) ที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบ Super Cluster แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone : SEZ) โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development : EEC) ซึ่งจะเห็นได้ว่าทิศทางการพัฒนาด้านเศรษฐกิจจะเป็นไปในรูปแบบ “Cluster” คือการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจแยกตามภาคการผลิตให้สอดคล้องกับพื้นที่เมือง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ 2560-2579) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งทำให้การพัฒนาสร้างมูลค่าสูงสุดแก่พื้นที่ ซึ่งจะทำให้เกิดความต้องการในการเดินทางและการขนส่งที่เพิ่มขึ้นในอนาคต จึงจำเป็นต้องมีแผนการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์รองรับเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด สนับสนุนการค้าชายแดนที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นทุกปี สนับสนุนการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบและเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

สนข.ดันแผนแม่บทบูรณาการแก้รถติด-เพิ่มการเข้าถึงรถไฟฟ้า

สนข. ดันแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปรับปรุงโครงข่ายถนน แก้ปัญหารถติด  เพิ่มการเข้าถึงรถไฟฟ้า   วันนี้ (23 มีนาคม 2561) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมผู้ประกอบการ ที่เกี่ยวข้องกับด้านคมนาคมขนส่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และสื่อมวลชน เข้าร่วมการสัมมนาฯ ดังกล่าว โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการสัมมนาฯครั้งนี้   นายอาคมฯ กล่าวว่า รัฐบาล ได้ตระหนักถึงปัญหาจราจร  จึงมีแนวคิดในการลดปัญหาการจราจรในปัจจุบัน โดยให้พิจารณาความเชื่อมโยงในการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งทางด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน การบังคับใช้กฎหมาย การกำหนดมาตรการนโยบายต่างๆ รวมทั้งการวางแผนพัฒนาเมืองให้ไปในทิศทางเดียวกัน รัฐบาลจึงมีแนวนโยบายในการดำเนินการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานให้สอดคล้องกับการวางแผนพัฒนาเมือง และส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น กระทรวงคมนาคมจึงได้มอบหมายให้ สนข. ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านการขนส่งและจราจรมีกรอบในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการจราจรที่มีความเชื่อมโยงกันครบทุกมิติ รวมทั้งเพื่อศึกษา วิเคราะห์ปัญหาด้านการจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และขีดความสามารถการรองรับความต้องการการเดินทาง ซี่งการแก้ไขปัญหาการจราจรจะต้องเกิดจากการประสานความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อให้บรรลุการดำเนินงานตามแนวทางการขนส่งที่ยั่งยืน อันจะเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมต่อไป   นายอาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ