Home » ข่าว » Archive by Category "ข่าวธุรกิจอสังหาฯ"

บีทีเอส-ซีพี-อิตาเลียนไทย -เครือปตท.ซื้อซองไฮสปีดเทรน

วันแรกเอกชน 7 รายแห่ซื้อซองเอกสาร โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินคึกคัก   วันนี้ (18 มิ.ย.2561) เป็นวันแรกที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ทำการขายซองเอกสารโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) เชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง – สุวรรณภูมิ – อู่ตะเภา) โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าซื้อซองเอกสาร (TOR)ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อซื้อซองเอกสารได้ตั้งแต่เวลา 9.00-12.00 น.และ 13.00-15.00 น. ณ ห้องประชุมฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง ราคาซองละ 1 ล้านบาท (หนึ่งล้านบาท)   สำหรับวันนี้มีเอกชนที่สนใจซื้อเอกสารโครงการถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในวันแรกเป็นจำนวนมากซึ่งเป็นทั้งเอกชนชาวไทยและต่างประเทศจำนวน 7 ราย ประกอบด้วย  1) บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) 2) บริษัทเจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด 

เปิดแผน… “บางซื่อ” ศูนย์กลางโลจิสติกส์อาเซียน

แผนพัฒนาสถานีกลางบางซื่อคืบ รมว.คมนาคม “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ”แจงภายในพื้นที่ 2,325 ไร่ ของศูนย์คมนาคมพหลโยธินและสถานีกลางบางซื่อคือ “ทำเลทองของการพัฒนา” ทั้ง ด้านพาณิชยกรรม การค้าการบริการ สำนักงานและศูนย์การค้า ส่วนที่อยู่อาศัย เตรียมเปิดประมูลพื้นที่โซน A สถานีกลางบางซื่อปลายปี 2561 หลังคณะกรรมการ PPPให้ความเห็นชอบ   นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวปาฐกถาในในงานสัมมนา BANGKOK’s New Center สถานีกลางบางซื่อ : พลิกโฉมมหานครกรุงเทพ จัดโดย นสพ.กรุงเทพธุรกิจ  ว่า ในอนาคตสถานีกลางบางซื่อจะเป็นศูนย์กลางการเดินทางของประเทศ เชื่อต่อกรุงเทพมหานคร(กทม.)กับพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก (EEC) และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงการการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ เช่น ลาว จีน และมาเลเซีย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ นอกจากนี้สถานีกลางบางซื่อ ยังสามารถเสริมศักยภาพการพัฒนา ด้วยการเชื่อมต่อระหว่างศูนย์คมนาคมพหลโยธินกับศูนย์คมนาคมมักกะสัน โดยเชื่อมโยงกับพื้นที่การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเสษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อพลิกโฉมกรุงเทพฯให้เป็น “มหานครระบบราง”

“ปาร์คพลัส” ดันธุรกิจที่จอดรถสู่ตลาดอาเซียน – ตั้งเป้าขายปีนี้ที่ 1,000 ล้านบาท

ปาร์คพลัส  เร่งสปีดทำตลาดในประทศควบคู่ไปกับขยายธุรกิจเข้าตลาดอาเซียน เตรียมร่วมทุนกับพันธมิตรเกาหลี ตั้งโรงงานในไทยบนเนื้อที่ 5,000 ไร่ย่าน บางนา-ตราด เริ่มเฟสแรกในปี 2562 พร้อมตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้กว่า 1,000 ล้านบาทจากมูลค่าตลาดรวมที่มีกว่า 1 หมื่นล้านบาท นายอภิราม สีตกะลิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปาร์คพลัส จำกัดให้บริการเครื่องจอดรถแบบครบวงจร ทั้งจำหน่ายและติดตั้งเครื่องจอดรถอัตโนมัติ ระบบจอดรถ ลิฟท์จอดรถ และล่าสุดได้เป็นผู้แทนจำนหน่ายเครื่องจอดรถ หุ่นยนต์จอดรถอัจฉริยะ Duo Robot Automatic Parking จากประเทศเกาหลี เปิดเผยว่า จากการที่ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวสูงหรือคอนโดมิเนียมหันมานิยมออกแบบและหันมาติดตั้งเครื่องจอดรถอัตโนมัติ ส่งผลให้ภาพรวมตลาดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเติบโตทุกปีๆละ 400-500 % โดยมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท เครื่องจอดรถ หุ่นยนต์จอดรถอัจฉริยะ Duo Robot Automatic Parking ในส่วนของบริษัทฯนั้นวางแผนรุกตลาดอย่างเต็มที่ทั้งในประเทศและขยายธุรกิจเข้าตลาดอาเซียน ที่ยอมรับว่าทั้งสองตลาดได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเป้าหมายมีอัตราการเติบโตด้านยอดขายและจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นตลอด โดยบริษัทฯสามารถทำยอดขายในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2561 แล้ว 500 ล้านบาทจากทั้งปีตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท

รมว.คมนาคม“อาคม” เตรียมชงแผนรถไฟฟ้าM-MAP2 ให้ครม.รับหลักการภายในปีนี้ 

สนข.ร่วมมือ JICA ศึกษาและจะเสนอทิทางนโยบายการจัดทำแผนแม่บทรถไฟฟ้า ระยะที่ 2 (M-MAP 2 )  พร้อมเสนอให้ครม.รับหลักการภายในปีนี้    การจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะ 2 (M-MAP 2) ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560  ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 80 % ล่าสุดวันนี้(30 เม.ย. 2561)  กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรหรือสนข. ร่วมมือกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศองญี่ปุ่น หรือไจก้า (JICA)จัดสัมมนา “The Blueprint for the 2nd Bangkok Mass Rapid Transit Master Plan  (M-MAP 2)” เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมกันเสนอข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ (ร่าง) ทิศทางนโยบายการจัดทำแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะ 2 (M-MAP 2) โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

“ไอคอนสยาม”ทุ่ม700ล้านเปิดโซน”สุขสยาม” มั่นใจเปิดบริการต.ค.61ตามแผน

สยามพิวรรธน์เผย”ไอคอนสยาม”ก่อสร้างคืบหน้าแล้ว85%พร้อมเปิดตัวตามกำหนดต.ค.61นี้ ล่าสุดทุ่มงบ 700 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร บริเวณชั้นG ให้เป็นเมืองมหัศจรรย์แห่งวิถีไทย  “สุขสยาม” คาดสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้ามาได้ 21.9 ล้านคน/ปี      นางชฎาทิพ จูตระกูล บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการไอคอนสยาม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการ โดยการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 85% และได้ส่งมอบพื้นที่เช่าให้กับบรรดาผู้เช่าเริ่มเข้ามาทำการตกแต่งแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการในช่วงหลังกลางเดือนตุลาคม 2561 นี้ ซึ่งโครงการไอคอนสยามมีพื้นที่ภายในอาคารรวมกว่า 750,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยศูนย์การค้าหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 2 อาคารคอนโดมิเนียมสุดหรูริมฝั่งแม่น้ำ 2 อาคาร สูง 70 ชั้น และ 52ชั้น โดยหนึ่งในคอนโดมิเนียมดังกล่าวอยู่ภายใต้แบรนด์แมนดาริน โอเรียนเต็ล   “โครงการไอคอนสยามถูกพัฒนาโดยกลุ่มธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของประเทศไทย 3 กลุ่ม ได้แก่ สยามพิวรรธน์,แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่ล และเครือเจริญโภคภัณฑ์  มูลค่าโครงการ 5,400 ล้านบาท โดยมีวิสัยทัศน์ของโครงการไอคอนสยามเป็นการพัฒนาศูนย์การค้าปลีกร่วมกันอย่างยั่งยืน (Co-creation) เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศของการค้าปลีกใหม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งทุกคนจะมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกันตลอดไปและสร้างให้เกิดประโยชน์ที่กระจายไปสู่ทุกคน”นางชฎาทิพ กล่าว     นางชฎาทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดในส่วนของชั้นล่างสุดหรือชั้น G ของไอคอนสยาม ได้จัดสรรพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร หรือประมาณ 10 ไร่ ให้เป็นเมืองมหัศจรรย์แห่งวิถีไทยโดยใช้ชื่อว่า “สุขสยาม” ด้วยงบการลงทุน 700 ล้านบาท  นำเสนอผลิตภัณฑ์และผลงานสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาไทย งานศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมของแท้จาก 77จังหวัดทั่วประเทศไทย ไว้ในพื้นที่เดียวกัน โดยการนำเสนอในรูปแบบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ บันเทิงสร้างสรรค์   “การเนรมิตพื้นที่ชั้นล่างของโครงการไปคอนสยามให้เป็นสุขสยาม ซึ่งเป็น 1 ใน 7 มหัศจรรย์ของโครงการไอคอนสยาม ถือเป็นการเดินหน้าสานต่อพันธกิจที่มีมาตลอดเกือบ 60 ปีของสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย ที่นำเสนอปรากฏการณ์แปลกใหม่ให้แก่วงการค้าปลีกของประเทศไทยที่สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าเสมอ”นางชฎาทิพย์กล่าว   ด้านนายชยะพงส์ นะวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโครงการสุขสยาม กล่าวว่า โครงการสุขสยามจะช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถนำเสนอสินค้าได้ตลอด 365 วัน อีกทั้งจะช่วยด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ๆ ผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรและชาวบ้าน รวมถึงการสนับสนุนในการเรียนรู้กลไกการค้าปลีกและค้าส่ง สู่ต่างประเทศ การตลาดในรูปแบบใหม่อย่างครบวงจร (Omni Channel) อันเป็นการดำเนินธุรกิจในกลไกของระบบนิเวศการค้าที่มีการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ของภาครัฐ ในการนำนวัตกรรมเข้ามาพัฒนาสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วยร้านค้าและบริการหลากหลายมากกว่า 3,000 ผู้ประกอบการรายย่อย คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้ามาได้ 21.9 ล้านคน/ปี   “ล่าสุดเราได้ทุ่มงบประมาณ 25 ล้านบาท ในการจำลองบรรยากาศ”สุขสยาม”อย่างยิ่งใหญ่ในโดมขนาดยักษ์ สูง 8เมตร ยาว 22 เมตร โดยเป็นครั้งแรกในโลก ที่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์แอลอีดี (Lazer LED) ระดับ 8K ฉายภาพแบบ 360องศา  ใน Double Dome มอบประสบการณ์การรับชมที่สมจริงให้ความคมชัดมากที่สุดในโลก มากกว่าระบบ IMAX ถึง 4 เท่านอกจากนั้น มีการออกร้านโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผลงานต้นตำรับตัวจริง อีกด้วย ทั้งอาหาร หัตถกรรมงานฝีมือ ศิลปะการแสดงการละเล่นจากท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ โดยกิจกรรมการเปิดตัวสุขสยามเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 – 8 เมษายน 2561 วันละ 6รอบ ระหว่างเวลา 10.00-22.00น.”นายชยะพงส์ กล่าว    

โฮมบายเออร์กรุ๊ป ร่วมกับ คณะวิศวกรรมฯ จุฬาฯ เปิดตัว “Chula-Home Dot Tech”

โฮมบายเออร์กรุ๊ป ร่วมกับ คณะวิศวกรรมฯ จุฬาฯ เปิดตัว “Chula-Home Dot Tech”นำเทคโนโลยี Data Science & Machine Learning พัฒนา Prop Tech ตอบโจทย์อสังหาฯ ครบวงจรครั้งแรกของไทย วันนี้ (4 เมษายน 2561 ) โฮมบายเออร์กรุ๊ปจับมือคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผสานจุดแข็งเปิดตัว “Chula-Home Dot Tech” ดึง Data Science & Machine Learning ปั้น Prop Tech พลิกโฉมอสังหาฯ ตอบโจทย์ผู้บริโภค-ภาคธุรกิจและพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษา เตรียมเปิดแอปพลิเคชัน “Home Hop” นวัตกรรมค้นหาที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ครั้งแรกในประเทศไทย   การร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี โดยทางคณะฯจะดำเนินการทางด้านวิชาการผ่านงานโครงการวิจัยที่มีงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท   รศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดี

สนข.เผยความคืบหน้าการพัฒนาระบบเครือข่ายโลจิสติกส์

สนข.เผยความคืบหน้าการพัฒนาระบบเครือข่ายโลจิสติกส์รองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษรูปแบบอุตสาหกรรมอนาคต Super Cluster และประตูการค้าสำคัญของประเทศ รวมทั้งสิ้น 128 โครงการ วงเงินงบประมาณกว่า 690,000 ล้านบาท   รัฐบาลได้กำหนดนโยบายการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ นโยบายไทยแลนด์ 4.0 นโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต (New Engines of Growth) ที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบ Super Cluster แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone : SEZ) โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development : EEC) ซึ่งจะเห็นได้ว่าทิศทางการพัฒนาด้านเศรษฐกิจจะเป็นไปในรูปแบบ “Cluster” คือการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจแยกตามภาคการผลิตให้สอดคล้องกับพื้นที่เมือง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ 2560-2579) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน อีกทั้งทำให้การพัฒนาสร้างมูลค่าสูงสุดแก่พื้นที่ ซึ่งจะทำให้เกิดความต้องการในการเดินทางและการขนส่งที่เพิ่มขึ้นในอนาคต จึงจำเป็นต้องมีแผนการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์รองรับเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด สนับสนุนการค้าชายแดนที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นทุกปี สนับสนุนการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบและเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

สนข.ดันแผนแม่บทบูรณาการแก้รถติด-เพิ่มการเข้าถึงรถไฟฟ้า

สนข. ดันแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปรับปรุงโครงข่ายถนน แก้ปัญหารถติด  เพิ่มการเข้าถึงรถไฟฟ้า   วันนี้ (23 มีนาคม 2561) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมผู้ประกอบการ ที่เกี่ยวข้องกับด้านคมนาคมขนส่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และสื่อมวลชน เข้าร่วมการสัมมนาฯ ดังกล่าว โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการสัมมนาฯครั้งนี้   นายอาคมฯ กล่าวว่า รัฐบาล ได้ตระหนักถึงปัญหาจราจร  จึงมีแนวคิดในการลดปัญหาการจราจรในปัจจุบัน โดยให้พิจารณาความเชื่อมโยงในการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งทางด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน การบังคับใช้กฎหมาย การกำหนดมาตรการนโยบายต่างๆ รวมทั้งการวางแผนพัฒนาเมืองให้ไปในทิศทางเดียวกัน รัฐบาลจึงมีแนวนโยบายในการดำเนินการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานให้สอดคล้องกับการวางแผนพัฒนาเมือง และส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้น กระทรวงคมนาคมจึงได้มอบหมายให้ สนข. ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านการขนส่งและจราจรมีกรอบในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการจราจรที่มีความเชื่อมโยงกันครบทุกมิติ รวมทั้งเพื่อศึกษา วิเคราะห์ปัญหาด้านการจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และขีดความสามารถการรองรับความต้องการการเดินทาง ซี่งการแก้ไขปัญหาการจราจรจะต้องเกิดจากการประสานความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อให้บรรลุการดำเนินงานตามแนวทางการขนส่งที่ยั่งยืน อันจะเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมต่อไป   นายอาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทบูรณาการพัฒนาระบบการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ

บิ๊กรับเหมา “ ฤทธา ” ตุนงานก่อสร้างในมือ 1.5-1.6 หมื่นล้านบาท

อสังหาฯบูม-รัฐโหมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานส่งผลบวกต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง บิ๊กรับเหมาก่อสร้างอาคาร “ ฤทธา ” ตุนงานในมือ 1.5-1.6 หมื่นล้านบาท  พร้อมระบุอนาคตมีงานโครงการขนาดใหญ่ประเภท มิกซ์ยูส เข้ามาสู่ตลาดรวมมูลค่างานก่อสร้างอีกเพียบกว่า 2.3 แสนล้านบาท   กว่า 30 ปีที่บริษัท ฤทธา จำกัด อยู่บนเส้นทางธุรกิจให้บริการทางวิชาชีพวิศวกรรม ด้านออกแบบและก่อสร้างอย่างมืออาชีพที่แท้จริง ผลงานที่ได้ปฏิบัติมามากกว่า 500,000 ล้านบาท เช่น งานก่อสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ คอนโดมิเนียม อาคาร บ้าน ถนน สนามบิน โรงงาน โรงไฟฟ้า โรงพยาบาล ฯลฯ เป็นที่ยอมรับด้วยความพึงพอใจจากลูกค้าทั้งใน และต่างประเทศ บริษัท ฤทธา ได้มายืนอยู่แถวหน้าของวงการอุตสาหกรรมก่อสร้างของประเทศไทย ด้วยทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 550 ล้านบาท และมีผลประกอบการมากกว่า 14,500 ล้านบาทต่อปี “ตอนนี้เรามี Backlog ในมือ 15,000-16,000 ล้านบาทใช้เวลาในการก่อสร้างและส่งมอบให้ลูกค้าไม่เกิน 1-2 ปี”อุทร ภูษิตกาญจนา กรรมการผู้จัดการบริษัท